posttoday
เพราะไม่โปร่งใส

เพราะไม่โปร่งใส

16 กุมภาพันธ์ 2556

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมาช้านาน จนยากที่จะขจัดให้หมดสิ้นไปได้นั้น

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมาช้านาน จนยากที่จะขจัดให้หมดสิ้นไปได้นั้น

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบการตรวจสอบหรือการเข้าถึงข้อมูลเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชันในระบบราชการไล่เรียงมาตั้งแต่นักการเมืองร่วมมือกับข้าราชการระดับสูง ต่อเนื่องไปจนถึงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิด จนยากที่จะหาหลักฐานมาดำเนินการเอาผิดได้ ซึ่งพฤติกรรมในลักษณะนี้ได้แพร่ระบาดไปในทุกวงการ ทั้งภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจ

แต่ที่น่าหดหู่ที่สุดก็คือการทุจริตที่แพร่ระบาดไปในแวดวงการศึกษา โดยเฉพาะคนที่เป็นครูบาอาจารย์ซึ่งเปรียบเสมือนแม่พิมพ์ของชาติ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนที่จะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ กลับเข้าไปมีส่วนพัวพันกับความไม่โปร่งใสเสียเอง

เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ม.ค. กรณีสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญร่วมกับศิษย์ปัจจุบันและบุคลากรทางการศึกษาบางส่วน ออกมาชุมนุมขับไล่ภราดา อานันท์ ปรีชาวุฒิ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ ให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีความไม่โปร่งใสทั้งเรื่องความพยายามยุบรวมโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถมเข้ากับแผนกมัธยม เพื่อนำที่ดินของอัสสัมชัญแผนกประถมย่านสาทรไปขาย และโครงการก่อสร้างศูนย์การเรียนการสอนแห่งใหม่ที่พระราม 2

ล่าสุด สมาชิกสโมสรศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันโรงเรียนสายปัญญา ได้รวมตัวกันชุมนุมประท้วงพร้อมออกแถลงการณ์ขอให้ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการโรงเรียนสายปัญญาลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากบริหารงบประมาณของโรงเรียนไม่โปร่งใส พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการตรวจสอบผู้บริหารทั้งสองคนเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ของโรงเรียน

ทั้งสองกรณีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงตัวอย่างแค่บางส่วนที่สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันนี้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการศาสนาหรือวงการแม่พิมพ์ของชาติ ซึ่งในอดีตทั้งสองวงการเป็นที่ยอมรับและเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม แต่ปัจจุบันกลับมีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณอันตรายขั้นร้ายแรงว่าสังคมไทยกำลังเข้าสู่ยุคเสื่อมในทุกๆ ด้าน

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษาทั้งสองแห่ง ถึงวันนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าใครผิดใครถูก หรือมีการทุจริตเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ปฐมเหตุของทั้งสองแห่งมาจากความไม่โปร่งใสของผู้มีอำนาจในการใช้จ่ายเงิน โดยเฉพาะเงินก้อนโตที่ได้มาจากค่าแป๊ะเจี๊ยะจำนวนมหาศาล จนเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสังคมว่าโรงเรียนดังๆ ทั้งหลายนำเงินแป๊ะเจี๊ยะเหล่านี้ไปใช้จ่ายอย่างไร มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอย่างโปร่งใสหรือไม่

การแก้ไขปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ ด้วยการทำทุกอย่างให้โปร่งใส เพราะหากสถานศึกษาชื่อดังทั้งหลายที่เรียกค่าเก็บแป๊ะเจี๊ยะมีเจตนาที่บริสุทธิ์ ก็ควรจะเปิดเผยให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับรู้ว่า ในแต่ละปีโรงเรียนได้เงินแป๊ะเจี๊ยะไปเท่าไรและนำไปใช้อะไรบ้าง ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท