
ต้องทำให้ได้
ท่ามกลางปัญหาการส่งออกที่ชะลอตัวลง จากปัญหาเศรษฐกิจโลก ทำให้ตลาดส่งออกสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น ต่างซบเซา ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจไปโดยปริยาย
ท่ามกลางปัญหาการส่งออกที่ชะลอตัวลง จากปัญหาเศรษฐกิจโลก ทำให้ตลาดส่งออกสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น ต่างซบเซา ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจไปโดยปริยาย
แม้ว่าปีนี้กระทรวงพาณิชย์จะยืนยันว่า สามารถผลักดันการส่งออกให้ได้ตามเป้าขยายตัว 9% แต่ภาคเอกชนที่รู้ทิศทางตลาดดีต่างก็บอกว่า มีโอกาสยาก
ยิ่งล่าสุดธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกมาปรับลดการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปีนี้ลงอีก เพราะสหรัฐและยุโรปไม่ได้ฟื้นอย่างที่คาดไว้ และมีแนวโน้มซบเซาอีกนาน
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลโดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจครั้งล่าสุด จึงปรับยุทธวิธีการทำงาน โดยตั้งทีมไทยแลนด์ขึ้นมาช่วยกันผลักดันให้การส่งออกได้ตามเป้า 9%
โดยทีมไทยแลนด์ในครั้งนี้ จะประกอบด้วยกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และภาคเอกชน ที่จะต้องทำงานร่วมกันในการจัดงานส่งเสริมการค้าหรือการส่งออก ในลักษณะไทยเฟสติวัล รวมทั้งการจัดงานส่งเสริมสินค้าเกษตร ส่งเสริมการท่องเที่ยว
รวมทั้งให้รวมศูนย์งบประมาณการส่งเสริมด้วยกัน เพื่อไม่ให้มีการใช้จ่ายซ้ำซ้อน และการทำงานจะลงรายละเอียดเป็นรายตลาดในแต่ละภูมิภาค รายประเทศ และรายสินค้า
ถือว่าเป็นข่าวดี เพราะการส่งออกนั้น ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงพาณิชย์เพียงหน่วยงานเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับค่าเงินบาทเพียงอย่างเดียว แต่ต้องร่วมมือกันทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
อย่างไรก็ตาม การตั้งทีมไทยแลนด์ในรูปแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่
คงจำได้ว่า สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เคยมีแนวคิดทีมไทยแลนด์มาก่อน แต่เป็นทีมไทยแลนด์ที่มีเป้าหมายใหญ่โต คือให้เป็นตัวแทนประเทศไทย ผลักดันการค้าการลงทุนในต่างประเทศ โดยให้ทูตไทยในแต่ละประเทศเป็นเจ้าภาพ ตัวหลักในทีมคือทูตพาณิชย์ และสำนักงานส่งเสริมการลงทุน
แต่ทีมไทยแลนด์ครั้งนั้นก็ประสบปัญหาไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย เพราะติดปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน และงบประมาณที่แต่ละหน่วยงานมีกฎหมายกำกับอยู่
ส่วนทีมไทยแลนด์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนและแคบลงกว่า คือผลักดันการส่งออกของประเทศ
เหลือเพียงแค่การลงมือปฏิบัติเท่านั้นที่ต้องทำให้เป็นจริงให้ได้







