
ผุดกองทุนวายุภักษ์2ผลตอบแทน3-6%
ได้ฤกษ์เข็นกองทุนวายุภักษ์ 2 จ่ายผลตอบแทน 3-6% เสนอ ครม.พิจารณาในเร็วๆ นี้
ได้ฤกษ์เข็นกองทุนวายุภักษ์ 2 จ่ายผลตอบแทน 3-6% เสนอ ครม.พิจารณาในเร็วๆ นี้
นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ได้เสนอการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ 2 ให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พิจารณาเห็นชอบแล้ว และคาดว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพิจารณาเห็นชอบในเร็วนี้ เพื่อดำเนินการแปลงกองทุนวายุภักษ์ 1 เป็นกองทุนวายุภักษ์ 2 ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
สำหรับกองทุนวายุภักษ์ 2 จะประกันผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนประมาณ 36% ต่อปี ส่วนเงินต้นแม้ว่า จะไม่ประกันเหมือนกองทุนวายุภักษ์ 1 แต่ระบบกลไกโครงสร้างของกองทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่จะคุ้มครองเงินต้นของผู้ถือหน่วยลงทุนที่มั่นคงไม่แพ้กองทุนวายุภักษ์ 1
ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยกองทุนวายุภักษ์ มี 2 ส่วน คือ ประเภท ก. เป็นนักลงทุนทั่วไป มีหลักทรัพย์หนุนหลังอยู่ประมาณ 1 แสนล้านบาท และประเภท ข. เป็นกระทรวงการคลัง มีหลักทรัพย์หนุนหลังอยู่ประมาณ 3 แสนล้านบาท ในกรณีที่เกิดปัญหาการลงทุนจนทำให้มูลค่าหน่วยลงทุนลดลง ก็จะนำส่วนของหลักทรัพย์ที่หนุนหลังอยู่ 3 แสนล้านบาท มาแบกรับความเสียหายก่อน
นอกจากนี้ ในการจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วย จะต้องจ่ายให้นักลงทุนประเภท ก. ให้ได้อย่างน้อย 3% ต่อปีก่อน หลังจากนั้นจึงจะนำรายได้ส่วนที่เหลือมาจ่ายให้กับนักลงทุนประเภท ข. ซึ่งอาจจะได้ไม่ถึง 3% ก็ได้
นายประสงค์ ยืนยันว่า การลงทุนในกองทุนวายุภักษ์ 2 จะเป็นการลงทุนที่ดีกว่าการลงทุนในกองทุนเปิดของเอกชน ที่ไม่มีการประกันเงินต้นและผลตอบแทน
สำหรับกองทุนวายุภักษ์ 1 ที่จัดตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ จะครบอายุ 10 ปี ในวันที่ 1 ธ.ค. 2556 โดยกระทรวงการคลังจะเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนแจ้งความจำนงก่อนหมดอายุกองทุน ว่าจะแปลงหน่วยลงทุนกองทุนวายุภักษ์ 1 เป็นกองทุนวายุภักษ์ 2 หรือว่าจะต้องการไถ่ถอนหน่วยลงทุนดังกล่าวเป็นเงินคืนก็ได้
นายประสงค์ กล่าวว่า กองทุนวายุภักษ์ 1 ยังประกันเงินต้นและผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 3% ต่อปี ไปจนถึงสิ้นอายุกองทุน
แหล่งข่าวจากที่ปรึกษากองทุนรวมวายุภักษ์ เปิดเผยว่า กองทุนวายุภักษ์ 2 น่าจะมีการเปิดขายหน่วยลงทุนอย่างเป็นทางการภายในเดือน ธ.ค. 2556 โดยกองทุนเป็นหนึ่งในกลไกในการไฟแนนซ์โครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล วงเงิน 2 ล้านล้านบาท และคาดว่าแนวโน้มเม็ดเงินลงทุนในกองทุนดังกล่าว มีโอกาสเติบโตเกิน 5 แสนล้านบาท







