posttoday
รองคุมฟองสบู่

รองคุมฟองสบู่

15 กุมภาพันธ์ 2556

เอกชนเรียกร้องคลังธปท.แบงก์ผนึกกำลังคุมเงินไหลเข้าเก็งกำไรตลาดหุ้นอสังหาฯตราสารหนี้

เอกชนเรียกร้องคลังธปท.แบงก์ผนึกกำลังคุมเงินไหลเข้าเก็งกำไรตลาดหุ้นอสังหาฯตราสารหนี้

เอกชนเรียกร้อง คลัง ธปท. และธนาคารพาณิชย์ ร่วมมือสกัดฟองสบู่จากเงินทุนไหลเข้า

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัสกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารพาณิชย์ ควรเป็นหน่วยงานเข้ามาแตะเบรกเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า เพราะเกิดฟองสบู่ในหลายธุรกิจ คือ ตลาดพันธบัตร ตลาดหุ้น และอสังหาริมทรัพย์

นายก้องเกียรติ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีมีเม็ดเงินไหลเข้าในตลาดพันธบัตรถึง 1.4 แสนล้านบาทส่วนใหญ่เข้ามาซื้อพันธบัตรระยะสั้น และดันให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์สูงขึ้นมาแล้วตั้งแต่ปลายปีถึง 134.81 จุด หรือ90.68%

ทางด้านราคาอสังหาริมทรัพย์ก็แพงขึ้นมาก ดังนั้นจึงควรเริ่มคิดถึงมาตรการควบคุมสินเชื่อหรือเพิ่มการสำรองหนี้ของธนาคารพาณิชย์รองรับ หากเกิดหนี้เสียขึ้นมา

“มาตรการที่ออกมาสกัดฟองสบู่ ควรจะเป็นเพียงการแตะเบรก ไม่ใช่ออกมาตรการควบคุมเงินไหลเข้าที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติถึงกับขยาดเหมือนปี 2549 ไม่ได้บอกว่าจะต้องเพิ่มหรือลดดอกเบี้ย แต่ควรมีมาตรการอื่นเข้ามาควบคุมด้วย” นายก้องเกียรติ กล่าว

ทั้งนี้ เห็นด้วยกับการที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกมาตรการให้วางเงินสดและห้ามให้สินเชื่อเพื่อซื้อหุ้นมาควบคุมสำหรับหุ้นที่มีความร้อนแรงเกินไป ทั้งการวางเงินสดและการห้ามให้สินเชื่อเพื่อซื้อหุ้นกับหุ้นที่มีราคาสูงเกินพื้นฐาน โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็กที่ราคาปรับขึ้น 100% ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่และมีน้ำหนักกับตลาดปรับตัวขึ้นมาเพียงเล็กน้อย

นายภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทรีนีตี้วัฒนา กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังไม่ถึงขั้นฟองสบู่ แต่ก็เห็นด้วยที่ตลาดหลักทรัพย์จะออกมาตรการสกัดการเก็งกำไรหุ้น และขอเตือนนักลงทุนให้ลงทุนในหุ้นอย่างระมัดระวัง แม้หุ้นขนาดเล็กปรับตัวขึ้นไปสูง โดยส่วนตัวเห็นด้วยหากตลท.ออกมาตรการมาเพื่อออกมาเพื่อป้องกันหุ้นบางกลุ่มที่มีราคาร้อนแรงเกินไป ซึ่งเชื่อว่าตลท.คงเห็นและมีข้อมูลบางอย่างที่ทำให้เชื่อมั่นว่าต้องออกมาตรการออกมาเพิ่ม ส่วนมารฺจินโลนในอุตสาหกรรมจะไม่สูงเพยง 4 หมื่นล้านบาท แต่โบรกเกอร์ต้องระวังในการให้สินเชื่อด้วย

นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังไม่เห็นต่างชาติเข้ามาลงทุนหุ้นไทยมาก แต่กลับไปลงทุนที่ตลาดหุ้นจีนและญี่ปุ่นมากกว่า ส่วนที่ราคาหุ้นไทยบางตัวปรับขึ้นมสูงรักลงทุนต้องมีแยกแยะและศึกษาพร้อมระวังการลงทุนให้ดี เนื่องจากหุ้นบางตัวโดยเฉพาะขนาดกลางราคาหุ้นขึ้นสูงตามโครงสร้างเศรษฐกิจหรือธุรกิจที่กำลังปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต แต่บางตัวกลับไม่ปัจจัยรองรับ

“ตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นสูงต่อเนื่องนั้น ต้องระมัดระวัง เพราะอาจมีปรับตัวลงได้ แต่หากจะไม่ลงทุนเลยก็อาจเสียโอกาส ดังนั้นนักลงทุนควรจะลงทุนอย่างระมัดระวัง และลงทุนในหุ้นที่ราคายังไม่ปรับสูง อย่างกลุ่มพลังงานหรือปิโตรเคมี”นายภควัตกล่าว

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ออกมาตรการมาควบคุมสำหรับหุ้นที่มีความร้อนแรงเกินไป ซึ่งระดับดัชนีที่ 1,500 จุด ส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดเล็กที่ราคาปรับขึ้นกัน 100 % ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่และมีน้ำหนักกับตลาดปรับขึ้นมาเพียงเล็กน้อย

ทั้งนี้ ผลทางตรงที่ได้คือสามารถจับหุ้นเล็กที่ต้องวางเงินสดก่อนซื้อ (แคซบาลานซ์) เพราะหุ้นใหญ่ที่มีพื้นฐานจะไม่โดน ขณะที่ผลทางอ้อม คือการให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีราคาสูงออกมาชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทด้วยเพื่อนักลงทุนจะได้มูลค่าที่แท้จริง อีกทั้งควรมีการปรามการให้สินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์(มาร์จินโลน) ของโบรกเกอร์ด้วย เพราะมูลค่ามาร์จิหรับบัญชีมาร์จินกว่าปัจจุบันที่ 50 % นโดยรวมอาจไม่สูง แต่ควรเข้าไปดูว่าเป็นการปล่อยมาร์จินในหุ้นที่กระจุกตัวมากเกินไปหรือไม่ หรือเพิ่มความเข้มงวดอัตราการวางหลักประกันสำ

อย่างไรก็ตาม ยังมีหุ้นไทยดีๆ หลายตัวที่ยังลงทุนได้แต่ส่วนใหญ่เป็นขนาดใหญ่และมีอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ถูกอยู่ ซึ่งเทียบกับหุ้นจขนาดเล็กที่ พี/อี พุ่งขึ้นสูงมากและราคาก็ไม่ได้ถูกแล้ว

นายก้องเกียรติ ยังกล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางการอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลัง และธนาคารพาณิชย์ ควรเป็นหน่วยงานกลางที่เข้ามาแตะเบรกเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าด้วย เพราะปัจจุบันเกิดฟองสบู่ในหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ตลาดพันธบัตรที่ตั้งแต่ต้นปีมีเม็ดเงินเข้าพันธบัตรถึง 1.4 แสนล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เข้ามาซื้อพันธบัตรระยะสั้น หรือในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแตะเบรก ไม่ใช่ออกมาตรการที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติถึงกับขยาดเหมือนปี 2549 ที่ออกมาตรการ Capital Control

“ไม่ได้บอกว่ารัฐบาลต้องมีการลดหรือเพิ่มดอกเบี้ย เพียงแต่ควรมีมาตรการอื่นเข้ามาควบคุมด้วย เช่นในตลาดพันธบัตร ประเทศอื่นออกมาตรการที่ให้เงินเข้ามาซื้อง่ายแต่ไหลออกยาก หรือถ้าเข้ามาลงทุนแล้วควรล็อกการซื้อระยะยาว ส่วนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ราคาปรับสูงขึ้นไปมาก ดูตัวอย่างจากจีนที่มีการสกัดฟองสบู่อสังหาฯ ด้วยการคุมสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยสินเชื่อให้ตั้งสำรองมากขึ้น”นายก้องเกียรติกล่าว

นายภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทรีนิตี้วัฒนา (TRINITY) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังไม่ถึงขั้นฟองสบู่แม้หุ้นขนาดเล็กปรับตัวขึ้นไปสูง โดยส่วนตัวเห็นด้วยหากตลท.ออกมาตรการมาเพื่อออกมาเพื่อป้องกันหุ้นบางกลุ่มที่มีราคาร้อนแรงเกินไป ซึ่งเชื่อว่าตลท.คงเห็นและมีข้อมูลบางอย่างที่ทำให้เชื่อมั่นว่าต้องออกมาตรการออกมาเพิ่ม ส่วนมารฺจินโลนในอุตสาหกรรมจะไม่สูงเพยง 4 หมื่นล้านบาท แต่โบรกเกอร์ต้องระวังในการให้สินเชื่อด้วย

นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังไม่เห็นต่างชาติเข้ามาลงทุนหุ้นไทยมาก แต่กลับไปลงทุนที่ตลาดหุ้นจีนและญี่ปุ่นมากกว่า ส่วนที่ราคาหุ้นไทยบางตัวปรับขึ้นมสูงรักลงทุนต้องมีแยกแยะและศึกษาพร้อมระวังการลงทุนให้ดี เนื่องจากหุ้นบางตัวโดยเฉพาะขนาดกลางราคาหุ้นขึ้นสูงตามโครงสร้างเศรษฐกิจหรือธุรกิจที่กำลังปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต แต่บางตัวกลับไม่ปัจจัยรองรับ

เพรเพราะหุ้นปรับตัวขึ้นมากแล้ว อาจจะปรับตัวลงได้ทุกเมื่อต้องระมัดระวัง เพราะอาจมีปรับตัวลงได้ แต่หากจะไม่ลงทุนเลยก็อาจเสียโอกาส ดังนั้นนักลงทุนควรจะลงทุนอย่างระมัดระวัง และลงทุนในหุ้นที่ราคายังไม่ปรับสูง อย่างกลุ่มพลังงานหรือปิโตรเคมี”นายภควัตกล่าว


นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ค่าเงินบาทเริ่มทรงตัวและเคลื่อนไหวเกาะกลุ่มภูมิภาคมากขึ้น หลังจากปรับตัวแข็งค่ามากในช่วงเดือน ม.ค. ซึ่ง ธปท.ยอมรับว่ามีการแทรกแซงบ้าง

ปัจจุบันงบในบัญชีของ ธปท.อาจติดลบจำนวน 5 แสนล้านบาท แต่หากพิจารณาบัญชีเงินตราต่างประเทศยังเป็นบวกถึง 8 แสนล้านบาท โดย ธปท.มีรายจ่ายจากดอกเบี้ยสูงกว่ารายรับ จากดอกเบี้ยถึง 2% และหากเศรษฐกิจต่างประเทศเริ่มฟื้นตัวก็จะสามารถแก้ปัญหาเงินไหลเข้าได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท