
ชูวิทย์งัดเอกสารมัดทุจริตสร้างโรงพัก
ชูวิทย์เปิดแถลงงัดเอกสารแฉทุจริตสร้างโรงพัก ชี้มีการขยายเวลาก่อสร้างโดยขัดหลักเกณฑ์ ประกาศทำป้ายติดประจานทั่วกรุง
ชูวิทย์เปิดแถลงงัดเอกสารแฉทุจริตสร้างโรงพัก ชี้มีการขยายเวลาก่อสร้างโดยขัดหลักเกณฑ์ ประกาศทำป้ายติดประจานทั่วกรุง
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย เปิดแถลงข่าวประเด็นการคอรัปชั่นงบประมาณที่ใช้ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 แห่ง และอาคารที่พักข้าราชการตำรวจ
นายชูวิทย์ระบุว่า จากการตรวจสอบเอกสารยืนยันว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการทีโออาร์โครงการดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวและต้องร่วมรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้พบพิรุธในส่วนของการขยายเวลาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) ลงวันที่ 7 พ.ย.2555 ซึ่งพล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง ลงนามแทน ผบ.ตร. ลงนามในหนังสือขยายเวลาก่อสร้างพบว่าการออกประกาศขยายเวลา ไม่ได้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ที่เห็นชอบเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง สังกัดกระทรวงการคลัง ระบุถึงการให้ความช่วยเหลือผู้รับจ้างก่อสร้างในพื้นที่ภาคใต้ เพราะประสบปัญหาอุทกภัย
นายชูวิทย์กล่าวว่า สาระสำคัญของเงื่อนไขดังกล่าว คือ ผู้ประกอบการที่ขอรับความช่วยเหลือต้องยื่นคำร้องต่อหน่วยงานคู่สัญญาภายใน 60 วัน รวมทั้งยังพบความไม่โปร่งใส ที่เอกสารดังกล่าวระบุให้ใช้หลักเกณฑ์ตามระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมข้อ 139 ซึ่งระบุว่าให้งดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาหรือขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลงให้อยู่ในอำนาจของหัวหน้าส่วนราการที่จะพิจารณา โดยเฉพาะกรณีต่อไปนี้ 1.เหตุเกิดความจากผิดหรือความบกพร่องของส่วนราชการ 2.เหตุสุดวิสัย และ 3จากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
ทั้งนี้การขยายเวลาก่อสร้างโดยนำระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุ ข้อ 139 มาระบุ ถือเป็นการเอื้อประโยชน์กับผู้รับเหมาก่อสร้างที่ชัดเจน ซึ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการพิทักษ์ผลประโยชน์ประเทศต้องนำข้อ 137 ในระเบียบฉบับเดียวกัน ที่ระบุว่า ให้หัวหน้าราชการพิจารณาใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งกรณีที่ทำให้รัฐเสียประโยชน์จากการได้ค่าปรับ ถึงวันละ 5.8 ล้านบาท
นายชูวิทย์ กล่าวว่าการอนุมัติให้เอกชนขยายเวลาก่อสร้าง รอบวันที่ 7 พ.ย.2555 มีมติ ครม. ประกาศชัดเจนว่า เป็นการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ภาคใต้ 10 จังหวัด คือ จ.สุราษฎร์ธานี, จ.นครศรีธรรมราช, จ.พัทลุง, จ.สงขลา, จ.กระบี่, จ.ชุมพร, จ.พังงาน, จ.นราธิวาส และ จ.สตูล ซึ่งได้รับผลกรทบจากอุทกภัยเท่านั้น แต่เมื่อมีการทำสัญญาจ้างเป็นแบบรวมภาคทำให้พื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ตามประกาศได้รับสิทธิขยายเวลาก่อสร้างไปด้วย ดังนั้นประเด็นนี้จึงถือว่าเป็นการบริหารโครงการที่ใช้ไม่ได้
"ผมได้ใช้เงินส่วนตัวประมาณ 4 แสนบาทเพื่อทำป้ายประจานความอัปยศโครงการก่อสร้างโรงพักฯ ที่พบปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน เบื้องต้นได้ทำการติดตั้งแล้วในพื้นที่กทม. บริเวณทางด่วน"นายชูวิทย์กล่าว
ก่อนหน้านี้นายชูวิทย์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 13 ก.พ.โดยระบุว่า "ขณะนี้ผมรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงทุกอย่าง เกี่ยวกับการขยายสัญญาโรงพัก 396 แห่ง ครบถ้วนแล้ว พรุ่งนี้จะไปแถลงข่าวที่รัฐสภาเวลา 10.30 น. ให้รู้ความจริงชัดเจนไปเลยว่า ความผิดตกอยู่ที่ใคร? ใช้ช่องว่างทำความเสียหายให้กับประเทศ และประชาชนผู้เสียภาษีอย่างไร?
"มีข้อมูลหลักฐาน ไม่ปากเปล่า มีสัญญาว่าจ้าง เอกสารมติครม. และหลักฐานการอนุมัติขยายเวลาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้เห็นว่า ความถูกต้องเป็นอย่างไร ชัดเจนตามสไตล์ชูวิทย์ ครบทุกประเด็น"







