
ผู้สมัครดีเบตชูนโยบายพัฒนากทม.
ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ผ่านการจับสลากตอบคำถาม เน้นปัญหาขยะ-น้ำท่วม-จราจร-หาบเร่แผงลอย-อาชญากรรมยาเสพติด
ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ผ่านการจับสลากตอบคำถาม เน้นปัญหาขยะ-น้ำท่วม-จราจร-หาบเร่แผงลอย-อาชญากรรมยาเสพติด
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น เปิดเวทีประชันวิสัยทัศน์ผู้ว่าฯ กทม. เชิญ 5 ผู้สมัครผู้ว่าฯ ได้แก่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 9 นายโฆสิต สุวินิจจิต ผู้สมัครในนามอิสระ หมายเลข10 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัครในนามอิสระ หมายเลข 11 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุหฤท สยามวาลา ผู้สมัครในนามอิสระ หมายเลข17 ทั้งนี้ ผู้จัดงานได้เตรียมคำถามแล้วให้ผู้สมัครได้จับสลากเพื่อตอบในคำถามที่จับได้
โดย พล.ต.อ.พงศพัศ ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับปัญหาน้ำเน่าเสียและปัญหาขยะว่า ทุกวันนี้ กทม. มีขยะกว่า 9 พันตันต่อวัน การจัดการแก้ไขปัญหาขยะไม่ใช่หน้าที่ของ กทม.อย่างเดียว แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่ต้องร่วมมือแก้ไข แต่การสร้างเตาเผาขยะไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะ กทม. ดังนั้น กทม.ต้องจัดสรรงบให้กับคณะกรรมการชมชน ดูแลจัดการปัญหาขยะ ทั้งนี้ หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯจะให้มีรถเก็บขยะขนาดเล็กเก็บขยะตลอดทั้งวัน
พล.ต.อ.พงศพัศ ตอบคำถามถึงปัญหาของกทม.ในภาพรวม ว่า กทม.มีขยะสะสมมานาน จะต้องมีการเปลี่ยแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ผู้ว่าฯกทม.จะต้องทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ จึงขออาสาสร้างความสุขให้คนกทม. และจะจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังอาชญากรรม และศูนย์เฝ้าระวังจราจร โดยจะเอาปัญหาของประชาชนเป็นที่ตั้ง และจะประสานขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนบูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
นายโฆสิต ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ว่า กทม.เป็นพื้นที่ลุ่ม ทุกปีจะมีการทรุดตัวของพื้นผิวประมาณปีละ5เซนติเมตร การแก้ไขปัญหาระยะสั้นนั้น จะต้องทำให้น้ำไหลไปรวมที่หนึ่งแล้วจึงสูบอออก ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว จะต้องดำเนินการ2ขั้นตอน คือ 1 ต้องตรวจสอบพื้นที่พื้นผิวทั้งหมด 2.ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในการวางแผนแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยผู้ว่าฯกทม.จะต้องเป็นผู้ประสานสิบทิศ หากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม.สิ่งแรกที่ทำคือ เร่งประชุมร่วมกับรัฐบาลเพื่อวางแผนร่วมกันแก้ปัญหาน้ำท่วม
นายโฆสิต ตอบคำถามถึงปัญหาของกทม.ในภาพรวม ว่า ขนาดพื้นที่ กทม.ไม่ถือว่าเป็นปัญหา แต่ปัญหาของกทม.ที่ใหญ่ขึ้น เพราะมีประชาชนมากขึ้นและเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน กทม.เป็นเพียงจังหวัดที่เลือกตั้งผู้ว่าฯได้โดยตรง ผู้ว่าฯจึงควรมีลักษณะเป็นนักบริหารและเป็นนักแก้ปัญหา จึงต้องเลือกผู้ว่าฯที่มาจากจากพรรคอิสระ 3 มี.ค.นี้ จึงถือเป็นวันตัดสินของชาวกทม. ว่าอยากได้ผู้ว่าฯกทม.แบบไหน นโยบาย กรุงเทพ 24ชั่วโมง สามารถตอบโจทย์ให้กับทุกคนได้ เพราะ กทม. เป็นเมืองแห่งโอกาส แต่ยังขาดผู้ว่าฯที่จะให้โอกาส หากเลือกแบบเดิมๆก็ได้ผู้ว่าฯแบบเดิมๆ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับปัญหาหาบเร่แผงลอยบริเวณทางเท้า ว่า ในช่วงแรกจะยังสามารถให้ค้าขายได้ ต่อจากนั้นจะจัดแบ่งพื้นที่ให้ขายได้ในซอยต่างๆ ไม่ให้ออกมาในบริเวณถนนใหญ่หรือทางเท้า โดยจะแบ่งเป็นโซน สำหรับผู้ที่มีทะเบียนบ้านอยู่กทม.จะสามารถลงพื้นที่ขายของได้ก่อนผู้ที่ไม่มีทะเบียนบ้านใน กทม. นอกจากนี้ จะจัดสรรพื้นทางเท้าลอยฟ้ายาว 20 เมตร เพื่อให้หาบเร่แผงลอยไปขายข้างบน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตอบคำถามถึงปัญหาของกทม.ในภาพรวม ว่า ผู้ว่าฯ กทม.มีอำนาจในการตัดสินใจ หากดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ก็จะสามารถจัดการบริหาร กทม.ได้เต็มที่ พัฒนาคนต้องพัฒนาที่จิตใจ ผู้ว่าฯกทม.จะต้องดำเนินแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และอยากฝากเรื่องโพลล์สำหรับประชาชนที่ไม่ได้แสดงความคิดเห็น ขอให้เปิดใจให้ผู้สมัครอิสระ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ด้ไตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องวิกฤตจราจร ว่า ขอพูดความจริง นับจากนี้ไปเราจะก้าวเข้าสู่ช่วงวิกฤตการจราจรกัน เพราะทุกวันนี้มีการจดทะเบียนยานพาหนะกันมากขึ้น ในปีที่ผ่านมา มีนโยบายรถคันแรก ส่วนตัวดีใจที่พี่น้องประชาชนมีรถคันแรกใช้กัน แต่ในพื้นที่ กทม. จะมีรถเพิ่มมากขึ้น 5-6 แสนคัน ในขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังก่อสร้างขนส่งมวลชนแบบราง เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายน้ำเงิน จึงต้องยอมรับว่าช่วงนี่มีปัญหาการจราจรอย่างมาก
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ว่าฯกทม.ต้องทำก็คือ 1.บรรเทาปัญหา 2.วางแผนระยะยาว ซึ่งแบ่งเป็น3ช่วงระยะ โดยระยะสั้นจะลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายจากอ่อนนุชถึงแบริ่ง และจากตากสินถึงบางหว้า จากราคา 15 บาทเหลือ 10 บาท เพื่อจูงให้ประชาชนมาสนใจใช้รถขนส่งแบบราง และจัดพัฒนาระบบการตรวจสอบจราจร โดยใช้สมาร์ทโซน สามารถเลือกเส้นทางการเดินทางได้โดยเฉพาะ และจะสร้างที่จอดรถเพิ่มเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ส่วนในระยะกลาง 4-5ปีนี้ จะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก1สะพานย่านเกียกกาย เพื่อบรรเทาการเดินทาง พร้อมทั้ง ปรับปรุงตรอกซอกซอย ให้มีระเบียบ และสร้างอุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟเพิ่ม4จุด
สำหรับระยะยาว การแก้ไขปัญหาจราจรที่แท้จริง คือขนส่งมวลชนแบบราง มีประชาชนกทม.เดินทางต่อวัน15-17ล้านเที่ยวโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวกว่า 60% จึงเสนอให้มีตั้งขวนส่งมวลชนแบบร่างเพิ่ม3สาย เช่น บางนา-สุวรรณภูมิ ม.รามคำแหง-ทองหล่อ เป็นต้น ก่อนหน้านี้เมือปี54 ได้เสนอให้รัฐบาลขยายเส้นทางสายสีเทาและสีแดง แต่ไม่ได้รับการพิจารณา หากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯอีก ก็พร้อมที่จะทำเพิ่มทั้ง5เส้นทาง ส่วนเส้นทางการเดินเรือ จะเพิ่มเส้นคลองภาษีเจริญ ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ว่าฯกทม.ทำได้อย่างเดียวคือ วางแผนและบรรเทาปัญหาการจราจร
นายสุหฤท ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับ อาชญากรรมและยาเสพติด ว่า ทุกวันอังคาร วันพฤหัสบดี วันเสาร์ และวันอาทิตย์ จะเดิน1ล้านก้าว เพื่อเข้าถึงพี่น้องประชาชนและปัญหาของแต่ละชุมชน ที่ผ่านมาพบว่า ถนนเส้นเดียวกันจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น หน้าสยามพารากอน กับบริเวณตลาดคลองเตย ทั้งนี้ ปัญหายาเสพติดถือเป็นปัญหาสำคัญของกทม. ที่ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมากว่า2พันชุมชนในกทม. ผู้ว่าฯกทม.ควรส่งเสริมการการแก้ไขปัญหาเด็กเร่ร่อน โดยมีครูอาสาในชุมชนให้การศึกษา ถ้ามีการพัฒนาชุมชนที่ดีแล้วก็จะช่วยลดปัญหายาเสพติด ส่วนการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม จะก่อตั้งหน่วยกู้ภัย ที่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และเพิ่มหน่วยอาสาเพื่อดูแลพี่น้องในชุมชน
นายสุหฤท ตอบคำถามถึงปัญหาของกทม.ในภาพรวม ว่า จริงๆแล้วสิ่งแรกที่ต้องทำคือการไขปัญหาจราจร โดยเสนอทางเลือกให้บริการสาธารณะ และจะต้องกระจายอำนาจให้แต่ละเขต วางนโยบาย50เขต 50เสน่ห์ ให้ผู้อำนวยการเขตมีอำนาจในการจัดการเขตของตนเอง และเพิ่มอำนาจให้เทศกิจในการรักษากฎหมาย







