
เลือก "พงศพัศ" ลงทางด่วนห้ามเลี้ยวขวา
โดย..ชุษณ์วัฏ ตันวานิช
โดย..ชุษณ์วัฏ ตันวานิช
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย แถลงนโยบายโครงข่ายจราจรไร้รอยต่อเพื่อคน กทม. เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2 ยุทธศาสตร์ใหญ่ ตั้งเป้าหมายลดเวลาเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนลง 20-30%
ทั้ง 2 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1.ขยาย พัฒนา เชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งมวลชน ทั้งรถ เรือ ราง จักรยาน ทางเท้า และ 2.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจราจรให้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ยุทธศาสตร์แรก เป็นการปรับปรุงโครงสร้างระบบขนส่งสาธารณะ พัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทางหลายรูปแบบ ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟ เรือ รถประจำทาง ให้ประชาชนถึงที่หมายได้หลากหลายช่องทาง
ยุทธศาสตร์ที่ 2 เน้นการปรับปรุงระบบคมนาคมให้รถส่วนบุคคลเดินทางคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดตั้ง “ศูนย์จราจรกรุงเทพมหานคร” จัดตั้งระบบบริหารไฟจราจรใหม่ พร้อมทั้งจะคืนพื้นผิวจราจรผ่านแผนการขุดเพิ่ม 4 ทางลอดบนถนนวงแหวนรัชดาภิเษก
พล.ต.อ.พงศพัศ อธิบายเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การจราจรใน กทม. คล่องตัว จะแบ่งโซนรถเมล์ เช่น กทม.ชั้นในจะให้รถเมล์ขนาดเล็กวิ่ง ชั้นกลางก็จะเพิ่มขนาดขึ้น และให้รถเมล์ขนาดใหญ่วิ่งรอบนอก
ขณะเดียวกัน จะห้ามรถยนต์เลี้ยวขวาตรงสี่แยก โดยเฉพาะแยกที่ลงทางด่วนให้เลี้ยวซ้่ายเท่่านั้นห้่ามเลี้ยวขวา ต้องไปยูเทิร์นเหมือนถนนวิภาวดีรังสิต
ภูมิธรรม เวชยชัย ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า สาเหตุที่พรรคไม่ได้ชู นโยบายรถเมล์ฟรีในการแถลงนโยบายครั้งนี้ตามที่ พล.ต.อ.พงศพัศ เคยประกาศไว้ในช่วงหาเสียงเพราะรถเมล์ฟรีเป็นเพียงกลไกหนึ่งในโครงสร้างของระบบจราจร จึงเน้นโครงข่ายขนส่งมวลชนให้ประชาชนเข้าถึงง่ายที่สุด และสามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้ทุกพาหนะ
ภูมิธรรม ระบุด้วยว่า หลังจากประกาศนโยบายพื้นฐานได้แถลงนโยบายออกมาแล้ว 2 เฟส คือ ความปลอดภัยและจราจร หลังจากนี้ในวันที่ 20 ก.พ. จะเปิดตัวนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิต ชูนโยบายระบบการศึกษาและสาธารณสุข ทำให้คน กทม. รู้ว่าตั้งแต่ออกจากครรภ์มารดา ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่จะดูแลอะไรบ้างในเชิงระบบ
จากนั้นในช่วงสัปดาห์ก่อนถึงการเลือกตั้งวันที่ 3มี.ค. ทางพรรคจะเปิดตัวนโยบายการสร้างความหวัง สร้างรายได้ และสร้างอนาคตใหม่ของคน กทม. เป็นเฟสสุดท้าย







