posttoday
อดีตผู้บริหารพร้อมไห้สอบ

อดีตผู้บริหารพร้อมไห้สอบ

14 กุมภาพันธ์ 2556

ปัญหาหนี้เสียของ 2 ธนาคารของรัฐ คือ เอสเอ็มอีแบงก์ และไอแบงก์ กำลังขยายวงจนทำให้ธนาคารรัฐทั้ง 2 แห่ง ตกอยู่ในภาวะลำบาก หนี้เสียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่สินเชื่อเดิมก็มีท่าทีว่าจะลดลง จนฝ่ายการเมืองต้องออกมากดดันให้หาตัวเอาคนที่ปล่อยกู้จนเกิดหนี้เสียมาลงโทษ

ปัญหาหนี้เสียของ 2 ธนาคารของรัฐ คือ เอสเอ็มอีแบงก์ และไอแบงก์ กำลังขยายวงจนทำให้ธนาคารรัฐทั้ง 2 แห่ง ตกอยู่ในภาวะลำบาก หนี้เสียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่สินเชื่อเดิมก็มีท่าทีว่าจะลดลง จนฝ่ายการเมืองต้องออกมากดดันให้หาตัวเอาคนที่ปล่อยกู้จนเกิดหนี้เสียมาลงโทษ

โสฬส สาครวิศว อดีตกรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า พร้อมให้ตรวจสอบเรื่องการบริหารงานในช่วงที่ผ่านมา เพราะไม่ได้ทำอะไรให้ธนาคารเสียหาย

ก่อนหน้าที่จะเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแห่งนี้ผลดำเนินงานมีปัญหามาก่อนแล้ว โดยมียอดหนี้เสียกว่า 2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 40-50% ของยอดสินเชื่อคงค้างกว่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งในช่วงที่ทำงานอยู่สามารถลดหนี้เสียได้เหลือ 1.6 หมื่นล้านบาท และได้ทยอยตั้งสำรองตามมาตรฐาน IAS 39 รวมถึงสำรองหนี้เสียตามเกณฑ์คุณภาพของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมเป็นเงินกว่า 8,000-9,000 ล้านบาท และตอนนี้ก็สร้างกำไรให้กับธนาคารได้

ธีรศักดิ์ สุวรรณยศ อดีตกรรมการผู้จัดการไอแบงก์ กล่าวว่า พร้อมให้ตรวจสอบปัญหาหนี้เสียของไอแบงก์ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดในช่วงปัญหาน้ำท่วม และมุมมองการประเมินหลักทรัพย์ที่แตกต่างกัน โดยธนาคารก็ใช้บริษัทประเมินหลักทรัพย์ที่ขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งทั้งหมดกระทรวงการคลังได้เคยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว และเคยได้ไปชี้แจง ธปท.แล้ว ซึ่งผลสอบออกมาไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม หากกระทรวงการคลังจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอีกก็พร้อมให้ตรวจสอบ

“ผมขอยืนยันว่า ผมบริสุทธิ์ ไม่มีทุจริตการปล่อยสินเชื่อ ถ้าตรวจสอบว่าผิดหรือทุจริตมาเอาเรื่องกับผมได้เลย” ธีรศักดิ์ กล่าว

ด้านแหล่งข่าวจากเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อ ไม่ควรโยนความผิดให้กรรมการผู้จัดการ คือ โสฬส เพียงคนเดียว เนื่องจากกรรมการผู้จัดการมีอำนาจในการอนุมัติสินเชื่อไม่เกิน 75 ล้านบาท

คณะกรรมการบริหารมีอำนาจอนุมัติสินเชื่อ 200 ล้านบาท และคณะกรรมการธนาคารมีอำนาจอนุมัติสินเชื่อ 500 ล้านบาท

ดังนั้น หากเกิดความเสียหายจากการปล่อยสินเชื่อ ควรต้องยื่นเรื่องฟ้องร้องเอาผิดกับคณะกรรมการธนาคารในแต่ละชุดด้วยเช่นกัน

ขณะที่ในการประชุมคณะกรรมการไอแบงก์ ที่มี บัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์ ประธานกรรมการ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. จะตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่หละหลวมจนทำให้เกิดปัญหาหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ถึง 3.9 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 30% ของสินเชื่อรวม 1.2 แสนล้านบาท

โดยหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นมาจากรายใหญ่เพียง 25 รายเท่านั้น และหนี้เสียส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และมีหนี้เสียจำนวนไม่น้อยที่ปล่อยกู้ให้นอมินี รวมทั้งพบการปล่อยกู้ให้กับบริษัทที่ไม่มีการประกอบธุรกิจอยู่จริง โดยพบหนี้เสียรายใหญ่สุด คือ วงเงินกู้ 2,000 ล้านบาท ส่วนลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้เสียประมาณ 3 หมื่นราย มูลหนี้รวมกันเพียง 2,000 ล้านบาท

สาเหตุหนี้เสียเกิดจากความหละหลวม ไม่รอบคอบในการปล่อยสินเชื่อ ประเมินสินทรัพย์ให้มูลค่าสูงเกินจริง ซึ่งมีสัดส่วนพบถึง 80% ของหนี้เสีย และไม่มีการติดตามลูกหนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท