
ผวาแผนน้ำซ้ำรอยคลองด่าน
นักวิชาการคาดผู้รับเหมาช่วงทิ้งงาน‘ปลอด’เรียก3กลุ่มบริษัทให้ข้อมูล
นักวิชาการคาดผู้รับเหมาช่วงทิ้งงาน‘ปลอด’เรียก3กลุ่มบริษัทให้ข้อมูล
รุมค้านโครงการน้ำ 3 แสนล้าน เกรงจะซ้ำรอย “โฮปเวลล์คลองด่าน”
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ ไม่เห็นด้วยกับวิธีการประมูลโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ที่มอบงานขนาดใหญ่ให้กลุ่มบริษัทเพียงไม่กี่กลุ่ม ซึ่งจะทำให้เกิดการกินหัวคิวกันหลายทอด และสุดท้ายผู้รับเหมาช่วงก็จะทิ้งงาน ซ้ำรอยโครงการในอดีต
นายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา นายกวิศวกรรม สถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า การมอบงานขนาดใหญ่ให้บริษัทเพียงไม่กี่กลุ่ม จะทำให้เกิดค่าบริหารงานที่ซ้ำซ้อนหรือมีการกินหัวคิวงานหลายต่อจนมาถึงปลายทาง ซึ่งบริษัทที่ก่อสร้างจริงกลับเหลือเงินน้อยมาก สุดท้ายก็จะเกิดการทิ้งงานเหมือนโครงการโรงพักทดแทนที่กำลังมีปัญหาอยู่ขณะนี้
นายก วสท. กล่าวด้วยว่า การที่หลายกลุ่มบริษัทมาทำงานร่วมกัน โดยไม่เคยรวมกลุ่มกันมาก่อน เป็นเพียงการรวมตัวกันเพื่อให้ได้งานเท่านั้น อาจทำให้เกิดผลกระทบในเรื่องผลประโยชน์เหมือนโครงการขนาดใหญ่ที่ยังคงเป็นอนุสาวรีย์แห่งความล้มเหลว เช่น โครงการโฮปเวลล์ จึงต้องการให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนข้อสังเกตต่างๆ ของ วสท.
ด้านนายอภิชาติ อนุกูลอำไพ คณะอนุกรรมการ กบอ. ชี้แจงว่า การควบคุมงานที่มีอยู่ทั่วประเทศนั้น ทั้ง 6 กลุ่มบริษัทมีผลงานมากและได้รับการรับรองผลงานจากรัฐบาลและสถานทูตของประเทศนั้นๆ จึงเชื่อว่าจะสามารถดำเนินงานและควบคุมงานได้ และหากทิ้งงานก็มีธนาคารการันตีอยู่แล้ว
สำหรับเรื่องค่าหัวคิวนั้น กบอ. ได้กำหนดว่า หากบริษัทใดจะเข้ามารับเหมาช่วง จะต้องได้รับอนุญาตจาก กบอ.ก่อน ส่วนการทำงานร่วมกันของบริษัทต่างๆ ที่ไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนนั้น จะต้องมีการทำสัญญาให้ชัดเจนก่อนว่าจะมีความรับผิดชอบร่วมกันอย่างไร
อย่างไรก็ตาม วันที่ 13 ก.พ. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ประธาน กบอ. ได้เรียก 3 กลุ่มบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติมาให้ข้อมูลทางเทคนิคเพื่อประกอบการพิจารณาร่างทีโออาร์ด้านเทคนิค ราคา และระยะเวลาก่อสร้าง ในชุดแผนงานการสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท และชุดแผนงานการก่อสร้างฟลัดเวย์ วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท โดย กบอ. จะนำความเห็นทั้งหมดไปหารือเพื่อประกอบการตัดสินใจยกร่างทีโออาร์แจกแจง 3 กลุ่มบริษัทดังกล่าวในวันที่ 15 ก.พ.นี้
ขณะที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.กู้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ว่า ล่าสุดคืบหน้าแล้ว 95% และจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติภายในเดือน ก.พ. หลังจากนั้นจะนำร่างกฎหมายไปรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนและจัดนิทรรศการให้ผู้สนใจเข้ามาดูว่ามีโครงการใดบ้าง ก่อนนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับสมบูรณ์เสนอ ครม.อนุมัติอีกครั้งภายในเดือน มี.ค. เพื่อเสนอสภาพิจารณา







