
อาเซียนเดินเครื่องปฏิรูปเศรษฐกิจไทยช้าน่าเสียดาย
ประเทศไทยนั้นกลับไม่ได้รับการคาดหมายว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแต่อย่างใด มีเพียงความเห็นในเชิงสงวนไว้แบบกลางๆ ว่า นักลงทุนต่างชาติคงไม่ถอนตัวออกจากไทยง่ายๆ
ประเทศไทยนั้นกลับไม่ได้รับการคาดหมายว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแต่อย่างใด มีเพียงความเห็นในเชิงสงวนไว้แบบกลางๆ ว่า นักลงทุนต่างชาติคงไม่ถอนตัวออกจากไทยง่ายๆ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มาเลเซียประกาศเดินเครื่องปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่เป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับการประกาศโมเดลเศรษฐกิจใหม่ เพื่อปรับนโยบายและภาพลักษณ์หวังดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ในจังหวะที่เอเชียกำลังเป็นแหล่งขุดทองของตะวันตก นักลงทุนต่างชาติแห่ขนเงินมาเก็งกำไรและลงทุนในตลาดเอเชีย
สิงคโปร์ก็เพิ่งจะปรับทัพปรับโฉมการท่องเที่ยวใหม่ และเตรียมจะบินไปโปรโมตการท่องเที่ยวถึงดูไบ ส่วนฝ่ายการลงทุนอย่างเทมาเซก โฮลดิงส์ ก็เดินทัพไปลงทุนอย่างแข็งขันทั่วโลก หลังจากที่อ่อนแรงไปในช่วงพิษเศรษฐกิจ โดยเพิ่งเข้าไปลงทุนในเหมืองแพลทินัม แอฟริกาใต้หมาดๆ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,300 ล้านบาท)
ล่าสุด อินโดนีเซียเตรียมแก้ไขระเบียบเก่าๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน และเพิ่มการเอาจริงปราบปรามการคอร์รัปชันให้มากขึ้น เพื่อหวังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ฉวยความได้เปรียบการท่องเที่ยว ช่วงที่ไทยเผชิญความวุ่นวายทางการเมืองมาแล้ว
ชัดเจนเปลี่ยนว่า อาเซียนแต่ละประเทศกำลังเร่งเครื่องเศรษฐกิจกันหมดแบบไม่มีใครยอมใคร ส่วนชาติไหนที่ยังมัวแต่แก้ปัญหาในประเทศไม่ตก ก็คงต้องตกขบวนการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย
น่าเสียดาย เพราะทุกประเทศต่างก็รู้ดีว่าจังหวะที่น้ำกำลังขึ้นนี้ ไม่ได้มีให้เห็นกันตลอดปีตลอดชาติ แต่เป็นจังหวะบูมช่วงสั้นเพียงไม่ถึง 1 ปี ก่อนที่เศรษฐกิจในโลกตะวันตกจะเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทาง โลกเข้าสู่ภาวะปกติ ธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ
และจังหวะในช่วงนี้ในเชิงจิตวิทยาแล้วก็ต้องเรียกว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจโลกเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวกันให้เห็นชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม ตัวเลขทางเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาคและจุลภาคเริ่มกระเตื้องดีขึ้น ประชาชนและภาคเอกชนที่ “อั้น” กันมานาน จึงเริ่มนำเงินมาจับจ่ายลงทุนกันคึกคักหนาตา จึงไม่น่าแปลกใจว่าระดับรัฐบาลของแต่ละชาติในอาเซียนจึงเร่งปรับตัวเพื่อฉวยจังหวะจากความได้เปรียบในแง่นี้กันมากเพียงใด
ในรอบสัปดาห์นี้เราจึงเห็นความเปลี่ยนแปลงกันคึกคักหนาตาในหลายประเทศ และล่าสุดกับความพยายามเปลี่ยนแปลงในอินโดนีเซีย
เอเอฟพี ได้อ้างคำกล่าวของ กิตา เวียร์จาวัน ประธานคณะกรรมการประสานงานการลงทุนในอินโดนีเซีย ว่า หากเปรียบเรื่องภาพลักษณ์ของอินโดนีเซียในสายตานักลงทุนต่างชาติกับงบประมาณแผ่นดินแล้ว ภาพของแดนอิเหนานั้นนับว่าขาดดุลและติดลบอย่างหนัก
“เรามีภาพลักษณ์ที่ติดลบ สำหรับต่างชาติแล้วอินโดนีเซียคือประเทศแห่งสึนามิ แผ่นดินไหว การก่อการร้าย การประท้วง และเรื่องอื้อฉาวต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเปลี่ยนแปลง” เวียร์จาวัน กล่าว
ประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ของอินโดนีเซียนั้น ได้ให้คำมั่นไว้ว่าจะยกเลิกกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน รวมถึงจะเร่งกวาดล้างการคอร์รัปชัน
ในเบื้องต้นนั้น การปรับเปลี่ยนที่คาดว่าจะได้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างแรก คือ การปรับแก้ไขกฎหมายให้ต่างชาติสามารถเข้ามาซื้อและเป็นเจ้าของบ้าน หรือแม้แต่อสังหาริมทรัพย์ในเชิงพาณิชย์ได้ เพื่อช่วยดึงดูดการลงทุนในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดึงดูดการลงทุนต่างชาติเพิ่มได้อีก 15% จากตัวเลขเมื่อปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.62 แสนล้านบาท) โดยเชื่อว่าจะมีการปรับแก้ไขระเบียบแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3
สัญญาณเปลี่ยนแปลงภาคอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ ยังเป็นข่าวดีที่คาดว่าจะมาพร้อมกับการปรับขึ้นเครดิตประเทศให้อยู่ในอันดับน่าลงทุนภายในอีกไม่กี่ปีนี้ด้วย หลังจากที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มที่ดีและมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ขณะที่ทิศทางตลาดหุ้นจาการ์ตานั้นก็มีการลงทุนเพิ่มขึ้นไปแล้วถึง 80% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ไม่ได้มีเพียงอินโดนีเซียหรือมาเลเซียเท่านั้นที่คึกคักขยับปรับตัวรับเงินนอกและภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ก็เดินหน้ารุกไม่น้อยทั้งที่เดินทัพไปลงทุนในต่างประเทศ และที่ดูดเงินต่างชาติเข้ามา โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว
แม้จะเป็นเกาะขนาดเล็ก และไม่ได้มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลหรือป่าเขาที่น่าตื่นตาเท่ากับบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน ทว่าสิงคโปร์ก็ไม่เคยหยุดนิ่ง พยายามหาสิ่งปลูกสร้างและแคมเปญใหม่ๆ มาดึงดูดนักท่องเที่ยวเสมอ อาทิ รีสอร์ต กาสิโน และยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ และได้ปรับแคมเปญการท่องเที่ยวจาก “หนึ่งเดียวคือสิงคโปร์” มาเป็น “สิงคโปร์ของคุณ” เพื่อให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น จนล่าสุดยอดนักท่องเที่ยวเดือน ก.พ. ได้พุ่งขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ไปอยู่ที่ 8.57 แสนคน หรือเป็นสถิติใหม่ของเดือน ก.พ.
ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ระบุเมื่อไม่นานนี้ว่า คาดว่าจะปรับเพิ่มตัวเลขเศรษฐกิจของเอเชียในรายงานเดือนหน้า ซึ่งงานนี้ทุกประเทศคาดว่าจะได้รับการปรับขึ้นถ้วนหน้า
อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยนั้นกลับไม่ได้รับการคาดหมายว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแต่อย่างใด มีเพียงความเห็นในเชิงสงวนไว้แบบกลางๆ ว่า นักลงทุนต่างชาติคงไม่ถอนตัวออกจากไทยง่ายๆ ท่ามกลางสัญญาณทางเศรษฐกิจของไทยหลายตัวที่ดีขึ้น
แต่คงจะดีกว่านี้มาก หากในบ้านพร้อมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้ทั้งประเทศขับเคลื่อนในการแข่งขันวันนี้ได้







