
อัดงบท้องถิ่น2หมื่นล.แก้ปัญหาสังคม
รัฐบาลอัดฉีดงบ 2 หมื่นล้านบาท ลงท้องถิ่น เน้นอุดหนุนกิจกรรมชุมชน แก้ปัญหาสังคม
รัฐบาลอัดฉีดงบ 2 หมื่นล้านบาท ลงท้องถิ่น เน้นอุดหนุนกิจกรรมชุมชน แก้ปัญหาสังคม
นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข เปิดประชุมและมอบนโยบายแก่ผู้แทนชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทยประมาณ 120 คน เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์หน่วยงานสาธารณสุขระดับอำเภอ และระดับตำบล โดยในปีนี้นี้ รัฐบาลมีนโยบายที่เพิ่มเงินให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และให้แบ่ง 50% เพื่อดูแลกิจกรรมในระดับชุมชน รวมทั้งเรื่องสุขภาพ
"จะเพิ่มเงินที่จะอุดหนุนกิจกรรมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชน การช่วยเหลือกลุ่มผู้พิการ อย่างบูรณาการ ระหว่างหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหรือรพ.สต. โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง"นพ.ประดิษฐกล่าว
นพ.ประดิษฐกล่าวอีกว่า จะต้องสร้างภูมิต้านทานให้กับประชาชน เนื่องจากโรคที่คุกคามขณะนี้ เป็นโรคจากพฤติกรรมทางสังคม แตกต่างจากในอดีตซึ่งเป็นโรคติดเชื้อ โดยได้มอบให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ซึ่งทั่วประเทศมีกว่า 9,000 แห่ง เพิ่มกลยุทธ์ในด้านการส่งเสริมสุขภาพประชาชนทุกกลุ่ม ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา
ทั้งนี้ต้องร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอสม. เพื่อให้มีภูมิต้านทานต่อโรคทางสังคม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คืออายุ 0-6 ปี อายุ 6-18 ปี อายุ 18-59 ปี และ60 ปีขึ้นไป โดย กลุ่มอายุ 0-6 ปี จะดูตั้งแต่การตั้งครรภ์ การฝากครรภ์ ที่ถูกต้องเพื่อให้เด็กที่เกิดออกมาเป็นเด็กมีคุณภาพ กลุ่มอายุ 6-18 ปี เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยทำงาน เข้าสู่สังคม เด็กวัยเหล่านี้เมื่อเข้าสู่สังคมจะมีพฤติกรรมและพบกับปัญหาความเสี่ยงต่างๆ จะต้องดูตั้งแต่เรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การลดพฤติกรรมความเสี่ยงต่างๆ เช่นการไม่สวมหมวกนิรภัยในกลุ่มที่ขับขี่รถจักรยานยนต์
ส่วนกลุ่มวัยทำงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ จะต้องกระตุ้นและสร้างให้มีภูมิต้านโรคโดยเฉพาะพฤติกรรมต่างๆ ป้องกันโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งจะต้องมีระบบการตรวจค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยง เพื่อแก้ไขพฤติกรรมเสี่ยงป้องกันไม่ให้ป่วย ก็จะเป็นการประหยัดเงิน ยืดอายุการมีสุขภาพดีให้แก่ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น สำหรับกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป จะเน้นเรื่องการซ่อมแซม การฟื้นฟูสุขภาพ โดยกลยุทธ์เหล่านี้ต้องเริ่มต้นที่ระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเป็นผู้ดูแลโดยร่วมมือกับท้องถิ่น







