posttoday
เลือกตั้งผู้ว่าฯเลือกทิศทาง

เลือกตั้งผู้ว่าฯเลือกทิศทาง

13 กุมภาพันธ์ 2556

กทม.เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ เคยเกิดปัญหามากมาย อาทิ ปัญหาจลาจล มหาอุทกภัยปี 2554

กทม.เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ เคยเกิดปัญหามากมาย อาทิ ปัญหาจลาจล มหาอุทกภัยปี 2554

ปัญหาใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นเป็นบททดสอบผู้ว่าฯคนเก่าถึงการบริหารจัดการ และความสามารถต้านทานแรงกดดันเพื่อปกป้องความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของ กทม. ซึ่งความจริงก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมากได้หรือไม่?

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่กำลังจะมาถึง จะมีอิทธิพลต่อทิศทางประเทศไทยอย่างไม่ต้องสงสัย

สิ่งที่ต้องคิดถึงอย่างมาก เริ่มจากด้านเศรษฐกิจ ซึ่งความแตกต่างที่ประชาชนควรคำนึงถึง คือ ตัวนโยบาย ผลประโยชน์ทับซ้อน และความสามารถในการบริหาร

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นพรรคหนึ่งเสนอนโยบายแบบคนคิดมาก ให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าไปด้วยกัน จึงไม่โดนใจชาวบ้าน อีกฝั่งใช้ประชานิยมเต็มรูปแบบ จึงโดนใจชาวบ้านมาก แต่ประชานิยมสร้างปัญหาตามมา โดยถ้าไม่มีเงินและไม่กล้าขึ้นภาษี ก็ต้องกู้ ขณะนี้ปัญหาหนี้เสียในธนาคารรัฐที่ใช้เครื่องมือนโยบายประชานิยมเริ่มเป็นข่าวใหญ่ ทั้งธนาคารโลกและสถาบันจัดอันดับเครดิตนานาชาติ เริ่มแสดงความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนของไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

นโยบายที่มีการหาเสียง บางอย่างที่เปิดตัวอาจจะไม่มีการพูดถึงแล้ว เช่น ห้องน้ำทุกป้ายรถเมล์ รถเมล์ฟรีทุกคัน ทุก 5 นาที อาจเป็นเพราะได้บทเรียนจากนโยบายหาเสียงเลือกตั้งใหญ่ที่มีปัญหามากในการปฏิบัติ มาตรการรองรับไม่เพียงพอ เริ่มกระทบธุรกิจเล็กและการจ้างงาน ในการหาเสียง “เก็บขยะทั้งวัน”ในความเป็นจริงอาจทำได้ ถ้างบประมาณไม่จำกัด และไม่มีเกณฑ์เรื่องความคุ้มค่าของการใช้เงิน

การตัดสินใจของคน กทม. จึงต้องพิจารณาระหว่างความจริงกับความฝัน ที่อาจจะเป็นการสร้างปัญหาระยะยาวให้เกิดขึ้น

นโยบายกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและพวกพ้อง ซึ่งปัญหาคอร์รัปชันเชิงนโยบายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมมาช้านาน หลากหลายนโยบายที่เป็นอยู่แสดงให้เห็นถึงปัญหาเหล่านี้ หากการเมืองระดับชาติและการเมืองอย่าง กทม. เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน เชื่อมโยงผลประโยชน์เข้าด้วยกัน อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศ?

หากผู้ว่าฯ กทม.ร่วมงานแบบเป็นเนื้อเดียวกันกับรัฐบาล จะเกิดอะไรขึ้นมา?

ปัจจุบันความสามารถในการแข่งขันของประเทศยังถูกบั่นทอนด้วยการข่าวว่าใบอนุญาตหลายอย่างติดค้าง เช่น รง.4 รายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือการขายต่อใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ราคาแพงขึ้นมากๆ

ความสามารถในการบริหารมีผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ หากย้อนดูวิกฤตน้ำท่วม 2554 จะเห็นว่าการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพในระดับประเทศทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ น้ำท่วมขังนาน ไม่ปล่อยน้ำตามแนวคลองด้านตะวันออกที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัย ร.5 ขณะที่น้ำใกล้ทะลัก 2 ฝั่งเจ้าพระยาเครื่องสูบน้ำคลองด่านแทบไม่ได้ทำงาน เพราะไม่มีน้ำให้เร่งสูบลงทะเล ในช่วงนั้นมีการรื้อบิ๊กแบ็ก และมีคำสั่งให้ กทม.เปิดประตูระบายให้น้ำเข้ามาอีก ผู้ว่าฯ เก่าไม่ยอม

หากมีผู้ว่าฯ กทม.ที่ทำงานแบบไร้รอยต่อผลกระทบต่อ กทม.และเศรษฐกิจของประเทศจะเป็นอย่างไร?

ที่ผ่านมาอดีตผู้ว่าฯ ได้ขยายบริการรถไฟฟ้าโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแม้ต้องมีการเชื่อมต่อและลงทุนสูง แต่ก็มีหลายเรื่องที่ร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อให้บริการที่ดีกับประชาชน เช่น แผนป้องกันน้ำท่วมสำหรับอนาคต

และมีผลงานอีกมากมายที่ทำด้วยงบของ กทม.เอง อาทิ การติดกล้อง CCTV พร้อมเชื่อมสัญญาณกับเขตและสถานีตำรวจ สร้างอุโมงค์ยักษ์ ขยายแนวป้องกันน้ำท่วม เพิ่มพื้นที่สีเขียว ขยายท่อประปา ส่งเสริมอาชีพผู้มีรายได้น้อย สร้างโรงพยาบาลผู้สูงอายุ และที่น่าสนใจ คือ ด้านการศึกษา นอกจากดูแลเรื่องโอกาสเพิ่มงบเรียนฟรี อาหารเช้าฟรีแล้ว ยังเปิดหลักสูตร “โตไปไม่โกง” ที่บริหารจัดการแบบครบกระบวน ตั้งแต่ฝึกอบรมครู พัฒนากิจกรรมที่จะสร้างค่านิยมที่เหมาะสมให้กับเด็กๆ และมีการประเมินผล ไม่ใช่การสอนแบบท่องจำ หรือแถลงข่าวประชาสัมพันธ์โครงการเฉยๆ

เทียบกับความสดใหม่ของผู้ท้าชิง อดีตผู้ว่าฯ ยอมรับว่าตนพูดไม่เก่ง แต่ก็สามารถอ้างอิงประสบการณ์บริหารเมืองใหญ่ที่ละเอียดอ่อนซับซ้อนได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ชื่นชม กทม.ที่ควบคุมไม่ให้เกิดโรคระบาดในช่วงวิกฤตน้ำท่วมได้สำเร็จ และแม้จะต้องเผชิญวิกฤตต่างๆ กทม.ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดโดยนิตยสาร Travel & Leisure ถึง 3 ปีซ้อน (25532555)

เรื่องจรรยาบรรณก็มีผล ผู้ว่าฯ กทม.จะต้องเป็นผู้ที่ซื่อตรง ไม่โกหก ไม่มีผลประโยชน์ที่น่าสงสัย บรรยากาศของความไว้วางใจจะทำให้บ้านเมืองสันติสุข หากบ้านเมืองไม่สงบสุข บรรยากาศการลงทุนและธุรกิจท่องเที่ยวก็คงไปไม่ได้ดี

คุณพร้อมจะปล่อยวางความถูกต้องเพื่อแลกกับบรรยากาศธุรกิจที่ดี? แล้วแลกได้จริงไหม?

คน กทม.ต้องตัดสินใจของว่าจะเอาผู้ว่าฯแบบใด แล้วแบบไหนเศรษฐกิจจะเข้มแข็งกว่ากัน?

ทิศทางประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการเลือกผู้ว่าฯ กทม.ของคุณ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท