posttoday
เสธอ้ายรับทราบข้อหาฝ่าพรบ.มั่นคง

เสธอ้ายรับทราบข้อหาฝ่าพรบ.มั่นคง

13 กุมภาพันธ์ 2556

เสธ.อ้ายพร้อมพวก10คน เข้ารับทราบข้อหา ฝ่าฝืน พรบ.มั่นคง แล้ว ปฏิเสธทุกข้อหา

เสธ.อ้ายพร้อมพวก10คน เข้ารับทราบข้อหา ฝ่าฝืน พรบ.มั่นคง แล้ว ปฏิเสธทุกข้อหา

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ หรือ เสธ.อ้าย แกนนำกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม(อพส.) พร้อมแกนนำรวม10คนเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนพ.ร.บ.ความมั่นคงจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 ที่ลานพระราชวังดุสิตหรือลานพระบรมรูปทรงม้า

พล.อ.บุญเลิศ กล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า ไม่มีหลักฐานอะไรมายื่นต่อตำรวจ เพราะทุกอย่างที่ชุมนุมก็ชัดเจน และไม่กลัวหรือกังวลอะไร เพราะเคยติดคุกมาแล้ว ส่วนที่ว่าจะตอบข้อซักถามอะไรนั้น ก็อยู่ที่ว่าตำรวจจะถามอะไร ก็จะชี้แจงตามข้อเท็จจริง อีกทั้งเราชุมนุมอย่างถูกต้องตามกฎหมายว ปราศจากอาวุธ ทำตามสิทธิรัฐธรรมนูญ

“ผมไม่กลัวว่าจะถูกกลั่นแกล้ง เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม” 

จากนั้น พล.อ.บุญเลิศ พร้อมคณะได้ขึ้นไปที่ห้องประชุม บก.น.1 ชั้น 3 บช.น. โดย พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า ได้เรียก พล.อ.บุญเลิศ พร้อมคณะรวม 11 คน มาพบที่ บช.น. เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามที่นายสิงห์ทอง บัวชุม และนายคารม พลพรกลาง ร้องทุกข์พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ให้ดำเนินคดีโดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ะชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, เจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกไปแล้วไม่เลิก และร่วมกันก่อกันให้ผู้อื่นฝ่าฝืนประกาศและข้อกำหนดให้บุคคลเข้าหรือต้องออกจากพื้นที่หรือสถานที่กำหนดตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ.2551” 

ทั้งนี้เนื่องจากกรณีที่ พล.อ.บุญเลิศ พร้อมแนวร่วมได้จัดให้มีการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยฝ่าฝืนพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 จนเป็นเหตุให้มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับตำรวจบริเวณแยกสวนมิสกวัน และบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยเจ้าหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดได้ 127 คน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งในวันนี้มีผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา 10 คน จาก 11 คน ขาดไป 1 คน คือนายเกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาที่มา 10 คน คือ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายชัยพันธ์ ประภาสะวัต นายอธิวัฒน์ บุญชาติ ร.ต.แซมดิน เลิศบุษย์ นายไทกร พลสุวรรณ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นายกิตติชัย ใสสะอาด นายอมร อมรรัตนานนท์ นายทศพล แก้วทิมา และนายสุนทร รักษ์รงค์ รวมทั้งหมด 10 คน ที่มาพบพนักงานสอบสวน

ซึ่งจากนั้น นพ.ตุลย์ ได้โต้แย้งเรื่องข้อกฎหมาย โดยถามว่าผู้มาแจ้งความคือ นายสิงห์ทอง ได้รับความเสียหายตรงไหน ได้มีการไต่สวนหรือไม่  ในส่วนของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ว่าดำเนินคดีกับพวกตนได้หรือไม่  มีการให้ความยุติธรรมกับพวกตนหรือไม่ และหากดำเนินคดีกับพวกเราจะฟ้องตำรวจทุกคนที่มาร่วมแจ้งข้อหาพวกตนในฐานที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เพราะถือว่าเป็นการชุมนุมถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ

ด้าน พล.ต.ต.อนุชัยกล่าวว่า คณะพนักงานสอบสวนได้มีการศึกษาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบ และจำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดี  ส่วนจะโต้เถียงเรื่องอื่นก็จะเปิดให้ต่อสู้คดีได้เต็มที่ พวกตนทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย เมื่อคดีขึ้นอยู่ศาลยุติธรรมแล้ว ก็ไม่มีอะไรแฝงเร้นได้ ตนกับพวกท่านก็ไม่มีเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน แล้วตนจะมากลั่นแกล้งท่านทำไม  พนักงานสอบสวนใช้เวลาการสอบสวนพอสมควร ไม่ใช่เพียงแค่คำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่พวกตนดูทุกอย่างก่อนดำเนินการ อย่ามาโต้คารมและสอนกฎหมายตรงนี้เลย

จากนั้นได้มีการแยกห้องพนักงานสอบสวน โดยพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายชัยพันธ์ ประภาสะวัต นายอธิวัฒน์ บุญชาติ ร.ต.แซมดิน เลิศบุษย์ และนายไทกร พลสุวรรณ ใช้ห้องประชุม บก.น.1 ส่วน นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นายกิตติชัย ใสสะอาด นายอมร อมรรัตนานนท์ นายทศพล แก้วทิมา และนายสุนทร รักษ์รงค์ ใช้ห้องประชุม บก.อก.บช.น. บริเวณชั้น 2 โดยเบื้องต้น นายเดชาวัตร์ บุญสนอง ทนายความของกลุ่ม อพส. ระบุว่า จะขอให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายหลัง และขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

มีรายงานว่า มีกลุ่มประชาชนประมาณ 50 คนเดินทางมาให้กำลังใจ พล.อ.บุญเลิศ และคณะ โดยตะโกน “เสธอ้าย สู้ๆ” พร้อมนำป้ายให้กำลังใจพร้อมดอกกุหลาบมามอบให้  ขณะที่ได้มีกำลังของตำรวจ ปจ.จำนวน 2 กองร้อย คอยควบคุมสถานการณ์ทั่ว บช.น. ตามบันได้ทางขึ้นต่างๆ และไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด

กระทั่งเวลาประมาณ 12.45 น. พล.อ.บุญเลิศ  พร้อมคณะทยอยเดินทางกลับ โดยทนายความกล่าวว่า จะทำหนังสือให้ปากคำส่งมาให้พนักงานสอบสวน ภายในวันที่ 15 มีนาคม ส่วนนายเกรียงศักดิ์ ที่ไม่ได้มาในวันนี้ จะมาพบพนักงานสอบสวนภายหลังในวันที่ 28 ก.พ.นี้

ด้านพล.ต.ต.อนุชัยกล่าวภายหลังว่า ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว เบื้องต้นทั้งหมดให้การปฏิเสธ และจะนำหลักฐานเป็นเอกสารมาชี้แจงภายใน 30 วัน นับจากวันนี้ ส่วนนายเกรียงศักดิ์ จะนัดมารับทราบข้อกล่าวหาในสิ้นเดือนนี้หน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท