
"นิรโทษฯ" จะให้เสร็จสมัยประชุมนี้
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
กระบวนการนิรโทษกรรมถูกจุดพลุขึ้นมาอีกรอบ หลัง “เจริญ จรรย์โกมล” รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ด้วยตัวเอง โดยเชิญแกนนำเสื้อเหลืองและเสื้อแดงมาคุยถึงที่ห้องทำงานส่วนตัว ไปจนถึงการเข้าพบกับแกนนำพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์เพื่อหาข้อยุติถึงการนิรโทษกรรม
การสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นรอบนี้ ฉากหน้าดูเหมือนว่าจะได้รับเสียงตอบรับบ้างจากการเสนอแนวคิดให้มีกฎหมายช่วยประชาชนที่ติดคดีการเมืองออกมาก่อน แต่อีกด้านหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังถูกท้าทายอย่างหนักด้วยข้อหาว่าหวังให้ประโยชน์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่
เจริญ กล่าวกับโพสต์ทูเดย์ถึงเสียงวิจารณ์ทั้งหมดว่า “ทำไมไม่ตั้งข้อสันนิษฐานในสิ่งที่ดีๆ บ้าง มันไม่เห็นมีอะไรอยู่เบื้องหลัง ผมไม่ได้รับงานใครมา ถ้ามีคนมาสั่งผมจริง ไม่ต้องมาเรียกให้มานั่งคุยเจรจากันหรอก พรรคเพื่อไทยมีเสียงข้างมากก็เสนอได้อยู่แล้ว และที่ทำไม่ใช่ในนามพรรค แต่เป็นในนามส่วนตัว ที่เห็นว่าเราจะต้องขัดแย้งกันไปอีกสักกี่ปีกี่ชาติ”
“คุณไปคิดแต่ทักษิณคนเดียว คุณบอกให้คนอื่นก้าวข้ามทักษิณ แต่ตัวเองก้าวไม่ข้ามสักที งานนี้จะทำสำเร็จได้ ต้องลดความขัดแย้งและความไม่ไว้วางใจออกไปก่อน ปัญหาอยู่ที่การมีทิฐิกัน ตั้งอยู่บนความหวาดระแวง เลยทำให้ปัญหาไม่สิ้นสุด”
แนวทางจากนี้ เจริญ บอกว่าจะต้องร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ออกเป็น 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 มีเนื้อหาช่วยประชาชนที่มาร่วมชุมนุมทางการเมือง ฉบับที่ 2 จะเป็นการตรากฎหมายเพื่อให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมาเพื่อพิจารณาเฉพาะคดีในส่วนแกนนำเป็นการเฉพาะ โดยตั้งความหวังว่าจะต้องผลักดันร่างกฎหมายฉบับที่ 1 ให้สำเร็จ เพื่อช่วยเหลือประชาชนก่อนให้ได้ในสมัยประชุมนี้
“สาระสำคัญของกฎหมาย เราจะกำหนดว่าจะให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลาไหนถึงเวลาไหน และการกระทำลักษณะใดบ้างที่น่าจะเข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม เมื่อสภารับหลักการของกฎหมายเพื่อช่วยประชาชนก่อนในวาระที่ 1 แล้วจะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่สภาตั้งขึ้นพิจารณาไปเลยว่ากรณีไหนจะได้รับการนิรโทษกรรม โดยให้ศาลยุติธรรม อัยการสูงสุด พนักงานสอบสวน ทำบัญชีคดีเสนอมายังคณะกรรมาธิการว่ามีคดีอะไรบ้าง และมีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว เพื่อประกอบการพิจารณา”
รองประธานสภา ทิ้งท้ายว่า ทั้งหมดจะเดินหน้าได้ก็ต่อเมื่อพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ มีความเห็นสอดคล้องกัน แต่อย่างน้อยก็หวังว่าสภาจะได้พิจารณากฎหมายเพื่อช่วยประชาชนก่อน ส่วนเรื่องกฎหมายที่จะเกี่ยวกับแกนนำมวลชนคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร เพราะมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องให้เกิดการตกผลึกจากทุกฝ่าย







