
เล็งเทอีก2หมื่นล.อุ้มอ้อย
ชาวไร่ยันขอขึ้นราคาขั้นต้นอ้างต้นทุนเพิ่มกองทุนฯบักโกรกเหลือเงินแค่4พันล้าน
ชาวไร่ยันขอขึ้นราคาขั้นต้นอ้างต้นทุนเพิ่มกองทุนฯบักโกรกเหลือเงินแค่4พันล้าน
ครม.สั่งถกเพิ่มราคาอ้อย คาดต้องควักอีก 2 หมื่นล้านบาท อุ้มชาวไร่ ทั้งที่เงินกองทุนเหลือแค่ 4,000 ล้าน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 12 ก.พ. มีมติเห็นชอบให้กำหนดราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 2555/2556 ที่อัตรา 950 บาทต่อตันอ้อย ณ ระดับความหวาน 10 ซี.ซี.เอส. ลดลงจากราคา อ้อยขั้นต้นในฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 ที่ 1,000 บาทต่อตัน หรือลดลง 50 บาทต่อตัน
อย่างไรก็ตาม ครม.มอบหมายนายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม หารือกับคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เพื่อขอให้นำเงินจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายมาจ่ายเงินค่าอ้อยเพิ่มเติมให้ชาวไร่อ้อย โดยก่อนหน้านี้ชาวไร่อ้อยได้เสนอขอเงินเพิ่มเติมอีก 250 บาทต่อตันอ้อย เพื่อให้คุ้มกับต้นทุนการปลูกอ้อยที่ 1,196.31 บาทต่อตันอ้อย
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปัจจุบันกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายมีเงินกองทุนติดลบ 3,000-4,000 ล้านบาท แต่ลดลงจากปี 2551 ที่กองทุนอ้อยฯ เคยติดลบ 3 หมื่นล้านบาท หลังจากมีการปรับเพิ่มราคาน้ำตาลทรายอีก 5 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้แต่ละปีมีเงินไหลเข้ากองทุน 1.2 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี หาก รมว.อุตสาหกรรม หารือกับ กอน.และมีมติให้ชดเชยเงินค่าอ้อยให้อีก 250 บาทต่อตัน จะต้องใช้เงินจากกองทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นภาระกองทุนอย่างมาก ดังนั้นการพิจารณาเพิ่มเงินค่าอ้อยจึงต้องดูรายได้และรายจ่ายของกองทุนอ้อยฯ ด้วย
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานให้ความเห็นต่อ ครม.ว่า การกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นที่ 950 บาทต่อตันอ้อย ถือว่าเหมาะสมแล้ว เพราะในปี 2556 มีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และผลกระทบจากภัยแล้งที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาลทราย
นายชลิตรัตน์ กล่าวด้วยว่า ครม.ยังรับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำมันปาล์มและราคาผลปาล์มตกต่ำปี 2555/ 2556 โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ดูดซับน้ำมันปาล์มดิบออกจากระบบตลาดใน รอบที่ 1 โดยเข้ารับซื้อตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2555-24 ม.ค. 2556 มีโรงงานสกัดรับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรตามโครงการ 42 ราย รวม 43,583 ตัน และส่งมอบน้ำมันปาล์มดิบเข้าคลังกลางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2556 แล้ว 27,233.84 ตัน ทำให้ราคารับซื้อผลปาล์ม ณ หน้าโรงงานเดือน ม.ค. 2556 ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือน พ.ย. 2554 กก.ละ 3.353.80 บาท เป็น กก.ละ 3.804 บาท
สำหรับรอบที่ 2 อคส.จะรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบรวม 1 แสนตัน ราคา กก.ละ 25 บาท ขยายเวลารับซื้อไปจนถึงเดือน เม.ย. 2556 สำหรับแนวทางการระบายน้ำมันปาล์มดิบที่ อคส.รับซื้อนั้น จะผลิตเป็นน้ำมันพืชปาล์มบรรจุขวด ถุง และปี๊บ จำหน่ายในโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ร้านถูกใจและร้านค้าทั่วไป และจำหน่ายให้โรงงานไบโอดีเซล พร้อมกับผลักดันส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปต่างประเทศ







