
สอบโกงแบงก์
สั่งตั้งกรรมการสอบทุจริต2แบงก์รัฐอิสลามแบงก์ส่อหนี้เน่าเฉียด4หมื่นลบอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์ตามฟ้อง‘โสฬส’
สั่งตั้งกรรมการสอบทุจริต2แบงก์รัฐอิสลามแบงก์ส่อหนี้เน่าเฉียด4หมื่นลบอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์ตามฟ้อง‘โสฬส’
คลัง ลุยสอบทุจริต 2 แบงก์รัฐ หวังล้างหนี้เน่า 8หมื่นล้าน
หลังจากกระทรวงการคลังสั่งควบคุมกิจการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ไอแบงก์) เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ธนาคารทั้งสองแห่งได้ประชุมคณะกรรมการเพื่อทำแผนฟื้นฟูกิจการ
นายธานินทร์ อังสุวรังษี กรรมการผู้จัดการ ไอแบงก์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารจะสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงการปล่อยสินเชื่อว่ามีการทุจริตหรือไม่ โดยจะดึงผลสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ตั้งข้อสังเกตการปล่อยสินเชื่อที่ไม่ชอบมาพากล 8 กรณี ที่กระทรวงการคลังสอบไปก่อนหน้านี้แล้วมาพิจารณาใหม่ และจะใช้บริษัทที่ปรึกษาใหม่เพื่อสร้างความโปร่งใสในการตรวจสอบ
นายธานินทร์ ระบุว่า ได้พบยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ล่าสุดมีจำนวนสูงกว่า 2.43 หมื่นล้านบาท และหลังจากนี้ ธปท.ระบุว่า มีโอกาสที่ลูกหนี้จะตกชั้นไปอีก 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีจำนวน 25 ราย จะกลายเป็นเอ็นพีแอล ส่งผลให้หนี้เสียของธนาคารอาจเพิ่มเป็น 3.9 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ของยอดสินเชื่อรวม
ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ 90% เป็นลูกหนี้รายใหญ่ประมาณ 100 ราย มียอดหนี้รวมประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท ที่เหลือ 10% เป็นรายย่อยประมาณ 3 หมื่นราย มียอดหนี้รวมกันราว 2,0003,000 ล้านบาท และจากการตรวจสอบของ ธปท. พบว่ามีโอกาสที่ลูกหนี้อีกประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีจำนวน 25 ราย ที่อาจจะตกชั้นจากลูกหนี้ปกติมาเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอลได้อีก เพราะกลุ่มนี้เคยตกชั้นมาแล้วและยังไม่ดีขึ้น ส่งผลให้ยอดเอ็นพีแอลของไอแบงก์อาจเพิ่มเป็น 3.9 หมื่นล้านบาทหรือคิดเป็น 30 % ของยอดสินเชื่อรวม
“ธปท แจ้งว่ามีโอกาสที่จะมีหนี้จัดชั้นได้มากถึง 3.9 หมื่นล้านบาทจากที่มีหนี้เสียอยู่แล้ว 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งธนาคารสำรองหนี้ไว้ 1 หมื่นล้านบาท โดยพบว่าลูกหนี้รายใหญ่อยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ มีสัดส่วน 5060% ของหนี้เสียทั้งหมด มียอดปล่อยกู้ต่อราย 2,0003,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นสินเชื่อการค้า” นายธานินทร์ กล่าว
สาเหตุของการเกิดหนี้เสียส่วนใหญ่เกิดจากการปล่อยกู้ไม่ดูความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ปล่อยกู้ไม่ดูหลักประกันซึ่งหลายรายมีการประเมินหลักทรัพย์เกินกว่ามูลค่าที่แท้จริง เพราะต้องการให้ปล่อยกู้ได้มากๆ เมื่อเป็นหนี้เสีย ยึดทรัพย์มาใช้หนี้แล้วยังไม่คุ้มมูลหนี้ และจากหนี้เสียทั้งหมดพบว่ามีการปล่อยกู้เกินหลักประกันถึง 80%
ด้านเอสเอ็มอีแบงก์นั้นนอกจากนี้ยังพบว่าการดูแลติดตามทวงหนี้ไม่ดีพอ เช่น พบว่าเจ้าหน้าที่ของแบงก์ให้เบิกค่างวดก่อสร้างโดยที่ไม่ดูหนังสือยืนยันการก่อสร้างของวิศวกร
ท้งนี้ล่าสุดกระทรวงการคลังส่งทีมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ( สศค. ) และจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ ( สคร. ) เข้ามาเป็นที่ปรึกษาและรับปากว่าจะช่วยหาปรึกษาที่มีความสามารถมาช่วยแก้ปัญหาให้ธนาคาร
คณกรรมกรบอร์ดธนาคารเตรียมยื่นฟ้องร้องนายโสฬส สาครวิศว อดีตกรรมการผู้จัดการ ตามผลสอบของคณะกรรมการชุดกระทรวงการคลังที่ชี้มูลว่าปฏิบัติหน้าที่โดยบกพร่อง ทำให้เกิดหนี้เสียขึ้นจำนวนมาก







