
รัฐบาลรุกอยู่ครบวาระบีบเสื้อแดงเข้าเกมเจรจา
เริ่มพลิกบทกลับมาเป็นฝ่าย
“รุก” ประกาศอ้างสิทธิความชอบธรรม ขออยู่เป็น “รัฐบาล” ต่อไปจนกว่าจะครบวาระในอีกเกือบสองปีข้างหน้า ตอบโต้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ประกาศยืนยันในข้อเสนอ “ยุบสภา” ใน 15 วัน ปัดข้อเสนอ “โรดแมป” ยุบสภาใน 9 เดือน“
พรรคร่วมมีมติให้ผมไปบอกกับนายกรัฐมนตรีว่าขอให้ยืนหยัดในแนวทางนี้ ในตารางเวลาที่กำหนด ถ้าฝ่ายเสื้อแดงไม่รับ ก็ถือว่ายกเลิกไม่ต้องพูดกันอีกต่อไป และนายกรัฐมนตรีก็เป็นหัวหน้ารัฐบาลบริหารจนครบเทอม”ชัดเจนว่าการออกมาชี้แจงภายหลังการประชุมวอร์รูมพรรคร่วมรัฐบาลของผู้จัดการรัฐบาลอย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ นอกจากจะตอบโต้
“เสื้อแดง” ชิงจังหวะความได้เปรียบรายวันแล้ว อีกด้านหนึ่งยังออกมาสะท้อนความเหนียวแน่นของพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนี้หลังจากถูกกดดันจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่วิดีโอลิงก์ข้ามประเทศมาถึงประชาชนคนเสื้อแดงไม่ให้เลือกพรรคร่วมรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป หากยังไม่ยอมถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลในเวลานี้
ถึงขั้นทำให้รัฐบาลต้องออกมาแสดงความเหนียวแน่น ผ่านท่าทีการกำชับให้ สส. แต่ละคนลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ถึงหลักการและเหตุผลตุ๊กตา แผนยุบสภาใน 9 เดือน ที่รัฐบาลกำหนดเงื่อนเวลาหาทางออกด้วยการ
“ยุบสภา” คลี่คลายปัญหาปัจจุบันตามมาด้วยท่าทีกดดันต่อเนื่องจากกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตอบโต้การยกระดับการชุมนุมของเสื้อแดงด้วยการยืนยันไม่เปิดการเจรจารอบ 3 หากเสื้อแดงยังไม่ยุติการเคลื่อนไหวดาวกระจายไปตามที่ต่างๆ หรือยังสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้น
ต้องยอมรับว่าการชิงจังหวะรายวันระหว่าง
“รัฐบาลนปช.” ในช่วงที่ผ่านมา “เสื้อแดง” ดูจะเป็นฝ่ายรุกกดดันหยิบยื่นเงื่อนไขจนรัฐบาลต้องเล่นแต่บทตั้งรับ ประคองสถานการณ์ไม่ให้เพลี่ยงพล้ำไปสู่ความรุนแรง หรือการสร้างสถานการณ์ของมือที่สามแต่ระยะหลังโดยเฉพาะหลังการเจรจา 2 รอบระหว่างรัฐบาลและ นปช. ทาง นปช. จะดูเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ทั้งในเรื่องเนื้อหาสาระการเจรจา ทั้งความเป็นเอกภาพในบรรดาแกนนำ ไปจนถึงความอ่อนระโหยโรยแรง จนผู้ชุมนุมเริ่มร่อยหรออย่างเห็นได้ชัด
แม้รัฐบาลจะพยายามหยิบยื่น
“ทางลง” ให้กับ “เสื้อแดง” ด้วยสูตรยุบสภาใน 9 เดือน หลังการทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญ ถึงขั้นกำหนดวันเลือกตั้งในเดือน ม.ค. ปีหน้า เพื่อให้เสื้อแดงที่ประกาศยืนยันในจุดยืนยุบสภาใน 15 วัน ได้มี “ประตู” ต่อรองเรื่องระยะเวลาทว่า นอกจากจะไม่ได้รับการตอบสนองจากฝั่งเสื้อแดงแล้ว ยังถูกตอบโต้กลับว่าเป็นความพยายาม
“ยื้อ” ให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป เพื่อจัดการบริหารงบประมาณ 2554 และจัดวางขุมกำลังผ่านการแต่งตั้งโยกย้ายในช่วงเดือน ต.ค. เอื้อประโยชน์ในการเลือกตั้งที่จะถึงก่อนจะประกาศเดินหน้าระดมมวลชนอีกยก เสริมทัพหาคนมาหมุนเวียนเติมพลังให้กับการชุมนุมใหญ่เสาร์นี้ หลังมวลชนเสื้อแดงที่เคยปักหลักเริ่มร่อยหรออย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะภายหลังการเจรจารอบ 2 สิ้นสุดลง
แน่นอนว่าการประกาศยื้อเวลาไปอีก 9 เดือนของรัฐบาล กับข้ออ้างเพื่อจัดการกระบวนการต่างๆ สำหรับปูทางไปสู่การเลือกตั้ง ที่จะเป็นที่ยอมรับของประชาชน
“ปิดทาง” ไม่ให้เป็นปัจจัยที่ถูกหยิบยกมาขับไล่รัฐบาลจนกลายเป็น “วังวน” เดิมๆ ย่อมมีเสียงค้านอยู่บ้างยิ่งกับท่าทีไม่ยอมอ่อนข้อให้กับข้อเสนอต่อรองจากบางกลุ่มที่เห็นว่า 9 เดือนนั้นนานเกินไป และ 15 วันก็อาจเร็วไปจนนำมาสู่ข้อเสนอใหม่อย่าง 6 เดือน 3 เดือน ที่รัฐบาลออกมาขึงขังว่าไม่เพียงพอกับการบริหารจัดการก่อนเข้าสู่เลือกตั้ง
แต่ประเมินแล้วยังน้อยกว่าฝั่งที่ออกมาต่อต้าน
“เสื้อแดง” โดยเฉพาะกับท่าทีแข็งขืนยืนในจุดยืนของแกนนำ จน “ทางออก” ที่เหมือนจะเป็นรูปเป็นร่างต้องปิดประตูลง ส่งผลให้สังคมย้อนกลับไปสู่ความอึมครึมอีกครั้งจนเป็นที่มาของ
“สัญญาณ” ความไม่พอใจจากกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ไล่มาตั้งแต่ชาว กทม. ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านย่านเสาชิงช้าที่รวมตัวไม่เห็นด้วยกับความขัดแย้งรุนแรงไปจนถึงภาคธุรกิจอย่างชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ที่เคยออกมาเคลื่อนไหวบริเวณถนนสีลม เรียกร้องไม่ให้รัฐบาล
“ยุบสภา” ตามความต้องการของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะเห็นว่าจะกระทบกับความน่าเชื่อถือการลงทุนล่าสุดสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตตา) เตรียมนัดรวมพลผู้บริหารและบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรวมกว่า 1,000 คน หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี เรียกร้องให้รัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดงร่วมกันหาทางออกเพื่อยุติความขัดแย้งและการชุมนุมโดยเร็ว
หลังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับความเสียหายแล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท รวมทั้งต้องการให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายดูแลการชุมนุมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ไม่มีความรุนแรง
ตามมาด้วยคณาจารย์ ศิษย์เก่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประชาชนทั่วไป ที่รวมตัวแสดงออกเรียกร้องหลักความสงบ สันติ ไม่ต้องการให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช้กฎหมู่สร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศชาติและประชาชน ค้านข้อเรียกร้องให้ยุบสภาจากการใช้กฎหมู่บีบบังคับให้ยุบสภา
นับเป็นวิธีเลี่ยงการเผชิญหน้าของคู่ขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับ นปช. ด้วยการใช้พลังสังคม ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจเข้ามาเป็นกลุ่มกดดันเสื้อแดง โดยมีเงินจำนวนมหาศาลที่เสียหายจากการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมาและโอกาสในอนาคต ช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน
ไม่ต่างจากการหาทางออกในวิกฤตหลายๆ ครั้งในช่วงการบริหารงานของรัฐบาล ดึงเอาพลังสังคมเข้ามาเป็นตัวแสตมป์ความถูกต้องชอบธรรมให้รัฐบาลเดินหน้าทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างชอบธรรมเหมือนกับครั้งนี้
ปัจจัยเหล่านี้จึงฉุดให้
“เสื้อแดง” ต้องกลายมาเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ขาดแรงหนุนที่พร้อมจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ไปจนสำเร็จภารกิจได้อย่างที่ตั้งใจ โดยเฉพาะตราบาปเรื่องความบอบช้ำ ความสูญเสียของประเทศ ที่จะทำให้การดื้อดึงเดินหน้าสู่เป้าหมายของเสื้อแดงถูกต่อต้านมากขึ้นเรื่อยๆช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อขณะนี้ จึงเป็นอีกโอกาสให้รัฐบาลสามารถพลิกความได้เปรียบ
“บีบ” ให้เสื้อแดงพยายามกลับเข้ามาสู่กระบวนการหาทางออกร่วมกันที่สุดท้ายเสื้อแดงก็คงไม่อาจจะฝืนกระแสสังคมเดินไปตามเป้า 15 วัน อย่างที่ยืนยันมาตลอดได้ทว่า สุดท้ายแล้วข้อสรุปเรื่องระยะเวลาก่อนการยุบสภาจะอยู่ที่กี่วัน หรือรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ จะมีอะไรบ้างนั้น คงต้องเป็นเรื่องของการชิงจังหวะรายวันระหว่างรัฐบาลและเสื้อแดงที่ต้องประลองกำลังกันอีกหลายยก m







