posttoday
ลดทิฐิเพื่อนิรโทษ

ลดทิฐิเพื่อนิรโทษ

12 กุมภาพันธ์ 2556

สัมภาษณ์พิเศษ "เจริญ จรรย์โกมล" รองประธานสภาฯกับการออกมาเคลื่อนไหวผลักดันกระบวนการนิรโทษกรรม

โดย....ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

กระบวนการนิรโทษกรรมในเวลานี้กำลังได้รับความสนใจจากสังคมอีกครั้งหลังจาก "เจริญ จรรย์โกมล" รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการเชิญแกนนำเสื้อเหลืองและเสื้อแดงมาคุยถึงที่ห้องทำงานส่วนตัว ไปจนถึงการเข้าพบกับแกนนำพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์เพื่อให้ข้อยุติ

ภายใต้การสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นรอบนี้ฉากหน้าดูเหมือนว่าจะได้รับเสียงตอบรับบ้างจากการเสนอแนวคิดให้มีกฎหมายช่วยประชาชนที่ติดคดีการเมืองออกมาก่อน แต่อีกด้านหนึ่งก็ปฎิเสธไม่ได้ว่ากำลังถูกท้าท้ายอย่างหนักด้วยข้อหาว่าหวังให้ประโยชน์กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่

เจริญ เปิดใจกับโพสต์ทูเดย์ถึงเสียงวิจารณ์ว่า “ทำไมไม่ตั้งข้อสันนิษฐานในสิ่งที่ดีๆบ้าง มันไม่เห็นมีอะไรอยู่เบื้องหลัง ไม่ได้รับงานใครมาถ้ามีคนมาสั่งผมจริงๆไม่ต้องมาเรียกให้มานั่งคุยเจรจากันหรอก พรรคเพื่อไทยมีเสียงข้างมากก็เสนอได้อยู่แล้ว และที่ทำไม่ใช่ในนามพรรคแต่เป็นในนามส่วนตัวที่เห็นว่าเราจะต้องขัดแย้งกันไปอีกสักกี่ปีกี่ชาติ”

“คุณไปคิดแต่ทักษิณคนเดียว คุณบอกให้คนอื่นก้าวข้ามทักษิณแต่ตัวเองก้าวไม่ข้ามสักที งานนี้จะทำสำเร็จได้จะต้องลดความขัดแย้งและความไม่ไว้วางใจออกไปก่อน ปัญหาอยู่ที่การมีทิฐิกัน ตั้งอยู่บนความหวาดระแวง เลยทำให้ปัญหาไม่สิ้นสุด”

“เสื้อเหลืองเสื้อแดงเขาเข้ามาคุยกับผมไม่มีใครถามเลยว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังมีอะไรแต่เขาไว้ใจผม อ.ปานเทพไว้ใจผมเพราะทุกครั้งเวลาเสื้อเหลืองจะมาชุมนุมหน้าสภาก็ติดต่อผมก่อนตลอดหลายครั้ง จะมีปัญหาก็ปัญหาตรงพรรคการเมืองนั่นแหละใครๆก็รู้ ไม่งั้นผมจะคุยกันท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรีทำไมเพราะคุยกับท่านคุยง่ายคุยเข้าใจ ท่านกับผมรู้จักกันมานานและท่านเป็นคนเข้าใจการเมืองเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายไม่ขัดแย้งกับใครพูดรู้เรื่องกว่าไม่โฉ่งฉ่าง”

“ผมสุจริตใจอยู่แล้ว ผมไม่มีอะไรและที่สำคัญทั้งเหลืองและแดงเขาเข้าใจผม เพิ่งเริ่มต้นอย่าไปคิดมาก เนื้อหายังไม่ได้เขียนอะไรเลยแค่เอาคนมาคุยกันเอง”

จากนั้น เจริญ อธิบายว่า แนวของผมไม่เหมือนกับสิ่งที่หลายคนเคยทำมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากส่วนตัวได้เอาคู่ขัดแย้งทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดงและพรรคการเมืองมาคุยกัน ซึ่งเท่าที่คุยก็ไม่เห็นมีปัญหาทุกคนต่างเสนอโดยมีเป้าหมายเดียวกันเพื่อแก้ความขัดแย้งให้ชาติ จากนี้ก็เหลือเพียงพิจารณาในเงื่อนไขเท่านั้น 

“ผมถามเหลืองและแดงก่อนว่าเห็นด้วยกับหากจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่มาร่วมชุมนุมที่มาจากการมีความเชื่อในแกนนำหรือไม่ ซึ่งทุกฝ่ายยอมรับตรงนี้เพราะเห็นว่าประชาชนมาร่วมชุมนุมไม่ผิดเนื่องจากมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญแต่มาผิดเมื่อมีพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาครอบเอาไว้จนประชาชนถูกจับ” 

ล่าสุดแกนนำเสื้อแดงก็เริ่มไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมที่ไม่ครอบคลุมแกนนำแล้วจะหาทางออกอย่างไร? เจริญ ระบุว่า “แดงก็คือแดง พรรคก็คือพรรค เสื้อแดงเป็นแค่สส.ในพรรคแต่ไม่สามารถตัดสินใจแทนพรรคได้”

ลดทิฐิเพื่อนิรโทษ

สำหรับรูปแบบของการออกกฎหมายนิรโทษกรรม เจริญ อธิบายว่า จะต้องร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกเป็น2ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 มีเนื้อหาช่วยประชาชนที่มาร่วมชุมนุมทางการเมือง ฉบับที่ 2 จะเป็นการตรากฎหมายเพื่อให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมาเพื่อพิจารณาเฉพาะคดีในส่วนแกนนำเป็นการเฉพาะ โดยตั้งความหวังว่าจะต้องผลักดันร่างกฎหมายฉบับที่ 1 ให้สำเร็จเพื่อช่วยเหลือประชาชนก่อนให้ได้ในสมัยประชุมนี้

“ถ้าทุกฝ่ายตกลงกันได้คาดว่าในสมัยประชุมนิติบัญญัติจะเสนอกฎหมายที่ช่วยเหลือประชาชนก่อนเข้าสภาฯได้ หลักการเขียนกฎหมายกรณีนี้จะต้องคุยกับคู่กรณีก่อนว่าจะให้กฎหมายมีผลตั้งแต่เวลาไหนถึงเวลาไหนต่อมาเป็นประเภทที่ควรได้รับการนิรโทษกรรม เช่น จะเอาเฉพาะกรณีที่ประชาชนมาชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองเท่านั้นหรือไม่หรือจะให้ครอบคลุมส่วนอื่นด้วย เป็นต้น...

…เมื่อสภาฯรับหลักการในวาระที่1ของร่างกฎหมายที่ช่วยประชาชนแล้วจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาโดยจะสามารถพิจารณาได้เลยว่ากรณีไหนในส่วนของประชาชนจะสามารถรับการนิรโทษกรรมได้บ้าง การพิจารณาในประเด็นนี้จะต้องให้ศาลยุติธรรม อัยการสูงสุด พนักงานสอบสวน ทำบัญชีคดีเสนอมายังคณะกรรมาธิการฯว่ามีคดีอะไรบ้างและมีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วเพื่อประกอบการพิจารณา” 

ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมแกนนำมวลชน รองประธานสภาฯ ยอมรับว่า ต้องใช้เวลาอีกมากเพราะมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณามาก โดยเฉพาะบุคคลที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการตามกฎหมายจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรและป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหา 

“ถ้าตกลงกันได้ก็น่าจะทันกับสมัยประชุมนี้แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่าแต่ละพรรคจะว่าอย่างไร ถ้าสองพรรคไม่สนใจก็จะเดินหน้าต่อไปโดยขอให้สส.เสนอกฎหมายเข้ามาแทน”

พรรคเพื่อไทยวางแนวทางการนิรโทษกรรมเพื่อช่วยเหลือมวลชนอย่างไร? รองประธานสภาฯ ตอบทันทีว่า “ไม่ได้คุยกัน”

“พรรคเพื่อไทยไม่ได้เหมือนพรรคการเมืองอื่นเพราะมีฝ่ายยุทธศาสตร์แต่ก่อนจะมีคณะกรรกรรมการประสานงานซึ่งผมก็เคยอยู่ในนั้นก็ถูกยกเลิกในเวลาต่อมา เวลาฝ่ายยุทธศาสตร์จะทำอะไรก็มาแจ้งพรรคว่าจะเอาอย่างนี้ก็เสนอลงมาแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ทุกอย่าง เหมือนตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เสนอลงมาจะเอาอย่างนี้แต่พรรคไม่เห็นด้วยก็เลยยังไม่ข้อสรุปจนถึงทุกวันนี้ ทำให้บางอย่างเราก็ต้องทำใจ” เจริญ ตบท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท