posttoday
ก้อนหินที่มองไม่เห็น

ก้อนหินที่มองไม่เห็น

02 เมษายน 2553

...สมชัย ศรีสุทธิยากร

เมื่อกลางปีที่แล้วผมมีโอกาสไปดูงานที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในจังหวะที่มีโอกาสทัศนศึกษาบ้าง การเที่ยวชมวัดวาอารามในเกียวโตจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนพลาดไม่ได้ ผมได้ไปวัดที่น่าสนใจวัดหนึ่ง เป็นวัดนิกายเซน ชื่อวัดเรียวอันจิ (Ryoanji) ความน่าสนใจคือการจัดสวนหินแบบญี่ปุ่น ซึ่งมีหินเรียงอยู่ในสวนจำนวน 11 ก้อน แต่ไม่ว่านั่งหรือยืนจะอยู่ในมุมมองไหน จะไม่มีทางเห็นทั้ง 11 ก้อนพร้อมกันได้ จะต้องมีสักก้อนหรือสองก้อนที่ถูกบดบังจากก้อนหินก้อนอื่น พระในวัดอธิบายเป็นปรัชญาให้ฟังว่า “สิ่งที่เราเห็นอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริง หรือสิ่งที่เป็นจริง ไม่ใช่สิ่งที่เราเห็น”

นี่อาจเปรียบเทียบได้กับการเมืองไทยที่เราพินิจอยู่ในปัจจุบัน

สิ่งที่เราเห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริง สิ่งที่เป็นจริง ไม่ใช่สิ่งที่เราเห็น

ในเวทีของการรบราฆ่าฟันแทบจะเป็นจะตาย ประชาชนที่สนับสนุนแต่ละฝ่ายมีความรู้สึกขัดแย้งในอารมณ์ความรู้สึกไปด้วย ไม่แน่นักว่าหลังฉากการขัดแย้งดังกล่าวอาจจะมีอะไรที่เรามองไม่เห็น เป็นก้อนหินที่ถูกซ่อนไว้ ซึ่งหากเราเชื่อในสายตาที่เราพบมากเกินไป อาจนำไปสู่การแปลความหมายที่ผิด และตกเป็นเครื่องมือของใครอย่างไม่รู้เท่าทันก็ได้

การประเมินสถานการณ์ที่ตรงกับข้อเท็จจริง อย่าเชื่อเฉพาะในสิ่งที่พบเห็น อย่าฟังเฉพาะในสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอด การเดินรอบๆ สิ่งที่สนใจศึกษาให้เห็นแง่มุมต่างๆ หรือเดินนับก้อนหินให้ครบ อาจจะทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ที่เผชิญหน้าได้ดีขึ้น และไม่เป็นเหยื่อของนักการเมือง

คำอธิบายเหตุผลของแต่ละฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่าย นปช. ที่เสนอให้ยุบสภา เลือกตั้ง และแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการให้เหตุผลของฝ่ายรัฐบาลที่เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนแล้วจึงยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ล้วนแต่เป็นเพียงก้อนหินบางก้อนที่แสดงให้เราเห็นตรงหน้าเท่านั้น อีกหลายก้อนยังคงซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง การพินิจการเมืองแบบเซนอาจทำให้เข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น

ทำไมต้องรีบยุบสภาใน 15 วัน เลือกตั้งใหม่โดยเร็ว อธิบายได้ไม่ยากคือ ฝ่ายนี้เชื่อว่าเลือกตั้งวันนี้ยังมีโอกาสชนะ กระแสความนิยมอดีตนายกฯ ยังมีอยู่ ปัจจัยต่างๆ ยังมีความพร้อม เลือกแล้วจะแพ้หรือชนะก็ยังมีโอกาสจับมือกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ดีกว่าการทนอยู่เป็นฝ่ายค้านตากแดดตากฝนเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เรื่องจะแก้รัฐธรรมนูญ จะแก้หรือไม่แก้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่การได้เป็นรัฐบาลย่อมสำคัญกว่า ยึดหลักใครชนะเป็นเจ้า หมายถึงอยากจะทำอะไรค่อยว่ากันหลังจากได้เป็นรัฐบาลแล้ว

ทำไมต้องยื้อเวลาไป 9 เดือน เลือกตั้งต้นปีหน้า ก็อธิบายไม่ยาก คือเป็นรัฐบาลย่อมดีกว่าเสี่ยงไปเป็นฝ่ายค้าน เป็นรัฐบาลเพิ่มอีก 1 วัน ก็ยังดีกว่าพ้นจากการเป็นรัฐบาลในวันนี้ การอยู่ถึงปลายปีย่อมหมายความถึงโอกาสในการสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชนย่อมมีมากขึ้น งบประมาณโครงการต่างๆ ย่อมสามารถเกิดผลเป็นรูปธรรม การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเมื่อเลยเดือน ก.ย.ไป ก็สามารถจัดวางบุคคลที่ฝ่ายตนปรารถนาให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ที่จะเอื้อประโยชน์หรือสนับสนุนการทำงานของฝ่ายตนได้

ประชาชนเองหากคล้อยตามอารมณ์ของแต่ละฝ่าย อาจจะเทความเห็นของตนไปเพื่อสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ส่วนฝ่ายที่ไม่ตามสถานการณ์และหงุดหงิดกับความขัดแย้งของคนสองฝ่าย อาจออกมากลางๆ แบบสูตรคณิตศาสตร์ว่า ทำไมไม่หารสองเป็น 3 เดือน 6 เดือน ยุบสภา ประเทศจะได้พ้นๆ ไปจากภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ทัศนะแบบคณิตศาสตร์ เป็นทัศนะที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง

หมายถึงการที่เราไม่รู้จักพินิจการเมืองในเชิงเหตุและผล แล้วยังใช้วิธีการง่ายๆ เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งหากใช้สิ่งนี้เป็นบรรทัดฐาน วันหน้าเสื้อแดงอาจเสนอตัวเลขต้องยุบสภาใน 3 ชั่วโมง และรัฐบาลอาจเสนอตัวเลขยอมยุบสภาใน 1 ปี 8 เดือน เพื่อให้ เกิดการหารสองที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนมากที่สุด

การมองการเมืองอย่างมีเหตุผล รู้ตรรกะของเหตุการณ์ต่างๆ ไม่หลงไปกับข้อเสนอที่อยู่ข้างหน้าของฝ่ายคู่กรณีความขัดแย้ง จึงเป็นสิ่งที่คนไทยต้องรู้จักแยกแยะ และกล้าที่จะประกาศจุดยืนของตนเองออกไป

อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสังคมไทย อะไรคือทางออกที่เหมาะสม ต้องกล้าที่จะแสดงออกทางความคิด ไม่ต้องกลัวว่าหากแสดงตนออกไปแล้วจะถูกตราหน้าว่าเป็นเสื้อสีอะไร เป็นความกล้าหาญที่ต้องส่งเสริมให้มีในสังคมไทย เพื่อให้ฝ่ายที่ผิดมากกว่าจะได้รู้และปรับตนเองให้เข้ากับกระแสสังคม หากเกรงใจกันเกินไปอาจถูกเหมารวมว่าเป็นผู้สนับสนุนของแต่ละฝ่ายได้

ก้อนหินที่ซ่อนอยู่ข้างหลังที่เรามองไม่เห็นยังมีอยู่มาก พร้อมหรือยังที่จะช่วยกันเปิดโปง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท