
มุมมองภาคเอกชนต่อการพัฒนาประเทศไทย(ตอนจบ)
เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา สถาบันอนาคตไทยศึกษาได้จัดงานสนทนา TFF Business Roundtable โดยได้รับเกียรติจากผู้นำภาคเอกชนระดับคีย์แมนในหลากหลายสาขาธุรกิจ และสามารถสรุปมุมมองความคิดเห็นที่ชัดเจนและสำคัญได้ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.ความสามารถในการแข่งขัน 3.เศรษฐกิจชุมชน 4.ยุทธศาสตร์ประเทศไทย
เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา สถาบันอนาคตไทยศึกษาได้จัดงานสนทนา TFF Business Roundtable โดยได้รับเกียรติจากผู้นำภาคเอกชนระดับคีย์แมนในหลากหลายสาขาธุรกิจ และสามารถสรุปมุมมองความคิดเห็นที่ชัดเจนและสำคัญได้ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.ความสามารถในการแข่งขัน 3.เศรษฐกิจชุมชน 4.ยุทธศาสตร์ประเทศไทย
ทั้งนี้ ในตอนที่ 1 ได้เสนอแนะเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเรื่องความสามารถในการแข่งขัน โดย ธีรพงศ์ จันศิริ เสนอว่าภาครัฐควรให้ความสำคัญเรื่องของทุนมนุษย์ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการ แต่เป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ
ทศ จิราธิวัฒน์
เสนอว่าอยากให้ทำอะไรที่เป็นรูปธรรม อย่างเช่นเรื่องส่งคนไทยแลกเปลี่ยนเพื่อไปเรียนที่พม่าหรือเวียดนาม ตอนนี้คนพม่าและเวียดนามพูดภาษาไทยได้มากกว่าคนไทยพูดภาษาของพวกเขา ในขณะที่เราพูดภาษาเขาไม่ได้ ตรงนี้เป็นจุดอ่อนของเรา ถ้าเรามีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งรู้จักภาษาพม่าหรือภาษาเวียดนาม มันก็จะเป็นประโยชน์กับเราทุกคน ดังนั้นอยากให้มีการวางแผนเรื่องแลกเปลี่ยนนักเรียนและส่งไปอยู่ประเทศนั้นจริงๆ เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมและวัฒนธรรมของประเทศเหล่านั้น
สาระ ล่ำซำ
สิงคโปร์กับมาเลเซียมีการเตรียมความพร้อมไปแล้วในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะความพร้อมในเรื่องของคน สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงอีกเรื่องก็คือ คุณภาพของคนที่เรายังสู้เขาไม่ได้ ตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือเรื่องของภาษา
การพัฒนาคน พัฒนางานวิจัยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
กลุ่มแรงงานไทยในสายวิชาชีพและแรงงานที่มีทักษะ ยังขาดแคลนทักษะที่สำคัญ เมื่อเทียบกับแรงงานจากประเทศที่ใกล้เคียงกับเราอย่างมาเลเซีย โดยทักษะที่แรงงานไทยยังขาดอยู่ เช่น ทักษะด้านภาษา ทักษะด้าน IT และความคิดสร้างสรรค์ ถ้าหากเราต้องการจะยกระดับกระบวนการผลิตไปสู่การผลิตโดยใช้เทคโนโลยีซับซ้อนมากขึ้น เราก็ต้องการแรงงานที่มีทักษะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งการที่จะพัฒนาทักษะที่ยังขาดแคลนให้กับแรงงานเหล่านี้ ต้องอาศัยความร่วมมือของสถาบันการศึกษา ศูนย์ฝึกอบรมแรงงานของรัฐ รวมทั้งภาคเอกชน หรือนายจ้างเองที่ต้องตระหนักถึงความจำเป็นของการพัฒนาทักษะแรงงาน
นอกจากการพัฒนาบุคลากรแล้ว เรายังต้องการงานวิจัยที่ตอบสนองความต้องการของตลาด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสินค้าส่งออกหลักของไทย (คิดเป็น 28.35% ของมูลค่าส่งออกโดยรวม) โดยมหาวิทยาลัยสามารถผลิตบัณฑิตในสาขานี้ในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับสาขาอื่นๆ แต่กลับมีการจ้างบุคลากรด้านการวิจัยในสาขานี้มีเพียง 36 คน ในขณะเดียวกันก็สามารถผลิตงานวิจัยในสาขานี้ออกมาน้อย คือ มีการจดสิทธิบัตรทางด้าน IT เพียง 2 รายการใน 5 ปีที่ผ่านมา
เศรษฐกิจชุมชน : สร้างชุมชนเข้มแข็ง ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน
การพัฒนาที่จะเกิดขึ้นควรมีการกระจายกันอย่างทั่วถึง เราพบว่า Urbanization Rate (สัดส่วนของประชากรที่อาศัยในเมือง) ของไทยไม่ค่อยโตและค่อนข้างต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อุปสงค์ภายในประเทศของไทยไม่ค่อยโตเท่าที่ควร ดังนั้นการสร้างเศรษฐกิจชุมชนเพื่อให้ชนบทได้เติบโตเป็นเมืองที่แข็งแรงจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างอุปสงค์ภายในประเทศ ทำให้เกิดการกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำ หากภาครัฐต้องการกระตุ้นการบริโภค ก็ต้องวางนโยบายที่มุ่งสร้างอำนาจซื้อให้ประชาชนอย่างถาวร โดยการพัฒนาที่มีชุมชนเป็นศูนย์กลาง
อิสระ ว่องกุศลกิจ
ผมอยากเห็นเรื่องเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งตอนนี้คงต้องขับเคลื่อนโดยภาคเอกชน ตัวอย่างที่ทำมาคือ โครงการ 1 ไร่ 1 แสน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เราเข้าไปดูแลชุมชุม เรามี KnowHow ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพของสินค้า ดูแลไม่ให้ขาดทุน ให้มีกำไรอยู่ได้ และก็รับซื้อด้วย จุดสำคัญที่สุดคือต้องหาตลาดเพื่อขายสินค้า ซึ่งเอกชนที่มีช่องทางกระจายสินค้าหรือธนาคาร ก็เข้ามาเสริมเพื่อขับเคลื่อนร่วมกันไปได้เลย
ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยก็สามารถมีส่วนร่วมเป็นตัวขับเคลื่อนในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เพราะทั้งสองภาคีต่างก็เป็นแหล่งความรู้ ไม่ว่าจะเป็น KnowHow และ Knowledge ที่จะช่วยสร้างศักยภาพให้กับชุมชนในการประกอบธุรกิจ มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะในภูมิภาคมีศักยภาพที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิด Cluster ในท้องถิ่น (Regional Cluster) หากมีการพัฒนางานวิจัยจากผลผลิตในท้องถิ่นร่วมกัน โดยความร่วมมือนี้หากสามารถสร้างเป็นชุมชนตัวอย่าง ก็จะเป็นต้นแบบจำลองสำหรับการพัฒนาชุมชนในท้องที่อื่นๆ ต่อไป
ทศ จิราธิวัฒน์
ผมอยากเห็นเรื่องของการพัฒนาชุมชนให้แข็งแรงและมีรายได้ที่ดีกว่านี้ อยากยกตัวอย่างของประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส หรือเยอรมนี ซึ่งมีโมเดลทางเศรษฐกิจที่เหมือนกันคือ มีเมืองใหญ่ๆ จำนวนน้อย แต่ความมั่งคั่งกลับกระจายไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะอิตาลีที่ดูเหมือนเศรษฐกิจจะแย่ แต่ SME กลับมีความแข็งแรงและก็รวยมาก ผมอยากเห็นการสร้างชุมชนตัวอย่างแบบพอเพียงที่มีพร้อมทั้งในเรื่องของคุณภาพการศึกษา สาธารณูปโภค ชีวิต และการสื่อสารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในชุมชนเอง แต่ก็ยังคิดว่าจะทำอย่างไรให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ เพราะถ้าชุมชนแข็งแรง ประเทศไทยเราก็จะแข็งแรงไปด้วย
ฐาปน สิริวัฒนภักดี
ผมว่าทุกๆ ครั้งที่เรามองภาพรวม เราอดคิดไม่ได้ว่าต้องคำนึงถึงเรื่องของ SME ให้มีรากฐานที่แข็งแรงด้วย ถึงจะทำให้ประเทศเข้มแข็งได้ สมมติว่าในอนาคต 510 ปีข้างหน้า เราช่วยกันส่งเสริมเรื่องแนวทางเศรษฐกิจชุมชนเกี่ยวกับเรื่อง SME อย่างจริงจัง มันน่าจะเป็นไปได้ ผมว่าตอนนี้เรื่องของเศรษฐกิจชุมชนนี้แทบจะหายไปเลย เราไม่เคยรวมตัวกันในภาคเอกชนเพื่อคุยกันอย่างจริงจังเลย
ยุทธศาสตร์ประเทศไทย : ภาครัฐวางกลยุทธ์ประเทศที่ชัดเจน เพื่อเป็นหางเสือของการพัฒนา
สิ่งที่ผู้นำภาคเอกชนต้องการเห็นจากภาครัฐ คือ ยุทธศาสตร์ของประเทศที่เป็นแกนหลักที่ชัดเจนกว่านี้ เพื่อบอกทิศทางซึ่งจะเดินร่วมกันไปในอนาคต โดยต้องมีเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมว่าประเทศไทยจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรในอีก 5 ปีข้างหน้า
ถ้าหากประเทศมีเป้าหมายที่ชัดเจนและทุกภาคส่วนเห็นร่วมกัน การพัฒนาประเทศก็จะมีทิศทางที่ชัดเจน เช่น หากภาครัฐต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน ภาคเศรษฐกิจ หรือธุรกิจใดบ้างที่ควรให้ความสำคัญ ภาคเศรษฐกิจหรือธุรกิจใดที่เรามีความได้เปรียบ แข่งขันได้ และจะมีแผนการอย่างไรให้ภาคเศรษฐกิจหรือธุรกิจนั้นเติบโตได้อย่างยั่งยืน รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่จะเป็นส่วนช่วยสนับสนุน อาทิ เรื่องแรงงาน การศึกษา เอสเอ็มอี หรือธุรกิจชุมชน ซึ่งต้องสอดคล้องกับภาพใหญ่ที่เป็นยุทธศาสตร์หลักของประเทศ
ที่ผ่านมาการทำงานของภาคส่วนต่างๆ ยังมีความแยกส่วน โดยที่ภาครัฐและเอกชนก็ต่างคนต่างทำกันไปคนละทิศละทาง ขาดความเชื่อมโยงระหว่างกัน ซึ่งหากรัฐมียุทธศาสตร์ระดับประเทศที่ชัดเจน ภาคเอกชนก็พร้อมที่จะขานรับและร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้
ธีรพงศ์ จันศิริ
ผมอยากให้มีศูนย์กลางที่เข้ามาดูภาพรวมในเรื่องอุตสาหกรรมของประเทศว่าจะเดินหน้าไปพร้อมๆ กันได้อย่างไร ตอนนี้ทุกอุตสาหกรรมทำงานแบบตัวใครตัวมันอยู่
อิสระ ว่องกุศลกิจ
ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลโดยเฉพาะคนระดับ Big Player หรือ Main Player รับฟังและมีเวลาให้ โครงการต่างๆ มันก็จะเดินหน้าต่อไปได้ เรื่องแบบนี้มันต้องร่วมกันทำ
ศุภชัย เจียรวนนท์
ผมอยากเห็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่เดินหน้าทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ อยากให้ดูตัวอย่างที่ดีของประเทศเหล่านั้นว่าทำอย่างไร แล้วเรียนรู้ปัจจัยแห่งความสำเร็จ แล้วก็นำมาพัฒนาประเทศต่อไป
บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา
ผมว่านโยบายหลายอย่างที่รัฐบาลทำอยู่ ผมไม่ขัดข้อง แต่ถ้าโครงการไหนทำไปแล้วมีเสียงสะท้อนกลับมาว่าไม่ดี ก็ควรจะต้องรีบแก้ไข เพราะถ้าแก้ไขช้าจะเกิดปัญหาใหญ่ อยากฝากรัฐบาลในเรื่องนี้ด้วย







