
ล้มด่วนขั้น3ทั้งเส้นผุดรถไฟฟ้า
“ชัชชาติ” สั่งล้มทางด่วนขั้นที่ 3 ทั้งเส้น เดินแผนสร้างรถไฟฟ้าขนาดเบาแทน ช่วยลดกระทบเวนคืนที่ดิน สอดรับนโยบายเพื่อไทย
“ชัชชาติ” สั่งล้มทางด่วนขั้นที่ 3 ทั้งเส้น เดินแผนสร้างรถไฟฟ้าขนาดเบาแทน ช่วยลดกระทบเวนคืนที่ดิน สอดรับนโยบายเพื่อไทย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สรุปรายละเอียดการปรับแผนก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าขนาดเบา (ไลต์เรล) แทนการก่อสร้างโครงการทางด่วนขั้นที่ 3ทั้งเส้น เริ่มจากทางพิเศษศรีรัชไปถนนรัตนาธิเบศร์ผ่านแคราย แยกเกษตรศาสตร์ ต่อไปถนนนวมินทร์ บริเวณทางเชื่อมถนนกรุงเทพชลบุรี สายใหม่ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ให้กลับมายังกระทรวงภายใน 1 เดือน เนื่องจากมองว่า ช่วยลดผลกระทบชุมชน ในการเวนคืนที่ดิน และสอดคล้องกับนโยบายพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการผลักดันการก่อสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย
“โครงการการก่อสร้างทางด่วน มีการศึกษามากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งตอนนี้จะเป็นอย่างไร ต้องรอความชัดเจนในการกลับไปศึกษาของสนข.ก่อน ซึ่งการเปลี่ยนทางด่วน เป็นรถไฟฟ้าขนาดเบา ตรงกับนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่พูดกันมานานแล้ว รวมทั้งช่วยลดกระทบการเวนคืนที่ดินตลอดแนวเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงบริเวณงามวงศ์วาน แม้วงเงินที่ใช้ดำเนินการทั้ง 2 โครงการจะ ใกล้เคียงกัน แต่มองว่า ประโยชน์ของระบบขนส่งมวลชน จะเกิดประโยชน์คุ้มค่ามากกว่าการก่อสร้างทางด่วน “ นายชัชชาติ กล่าว
สำหรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าระบบไลต์เรลนั้น เบื้องต้นจะก่อสร้างทั้งใต้ดินช่วงงามวงศ์วานมีต้นทุนก่อสร้าง 2,500 ล้านบาทต่อ กม. และยกระดับ มีต้นทุน 800–1,000 ล้านบาทต่อ กม. โดยซึ่งหากเปลี่ยนเป็นการสร้างรถไฟฟ้า ใช้พื้นที่บริเวณเกาะกลาง และโครงสร้างเดิม คือ ตอม่อของ กทพ. ที่เคยก่อสร้างไว้แล้ว ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบกับชุมชน และสอดคล้องกับนโยบายพรรคเพื่อไทยที่ต้องการผลักดันรถไฟฟ้า 10 สาย
นอกจากนี้ ได้ให้นโยบาย กทพ. กลับไปทบทวนแผนการก่อสร้างทางด่วนสายใหม่ ให้ขยายไปยังพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ และในพื้นที่ปริมณฑลเป็นหลัก เช่น สายเหนือ ขยับไปบริเวณคลองรังสิตอย่างไรก็ตาม หากมีการเปลี่ยนเป็นสร้างรถไฟฟ้า แทนทางด่วนจริง เชื่อว่า จะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เนื่องจากผู้รับผิดชอบเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยจะมีการไปหารือร่วมกับกรมทางหลวง (ทล.) เพราะต้องใช้แนวเขตทาง และ กทพ. ซึ่งรับผิดชอบการก่อสร้างโครงการทางด่วน
นายชัชชาติ กล่าวว่า ในส่วนความคืบหน้าการแก้ปัญหาจราจร จะต้องดำเนินการควบคู่ 2 แนวทาง คือ การขยายระบบขนส่งมวลชน และขยายพื้นที่เขตทางบนถนนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาพื้นที่ที่เป็นคอขวด เช่น บริเวณแยกงามวงศ์วาน ส่วนที่เป็นจุดตัด ทางแยก อาจต้องดำเนินการทำเป็นอุโมงค์ เพื่อช่วยระบายการจราจร ที่จะใช้พื้นที่จุดตัดบนท้องถนนได้สะดวกขึ้น







