
วาดโมเดล 6 เดือน กระทรวงใหม่ ขนส่ง-น้ำ-ซูเปอร์ อ.แม่สอด
จากนโยบายปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ทำการศึกษาปรับปรุงการตั้งกระทรวง กรม สำนักงาน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
จากนโยบายปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ทำการศึกษาปรับปรุงการตั้งกระทรวง กรม สำนักงาน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ผ่านมาเกือบ 10 ปี การดำเนินงานตามโครงสร้างราชการที่มี 20 กระทรวง (นับรวมสำนักนายกรัฐมนตรี) และอีกหลายส่วนราชการ ด้านหนึ่งทำให้เกิดประสิทธิภาพ ความคล่องตัวในการบริหารราชการ แต่อีกด้านพบปัญหาและอุปสรรค
มาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ ก็เล็งเขย่าโครงสร้างราชการรอบใหม่ โดยมอบหมายในที่ประชุม ก.พ.ร. ศึกษาถึงความเป็นไปได้ ปรับ ยุบ เพิ่ม กระทรวง หน่วยงาน ตามสภาพยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง
“การปรับปรุงโครงสร้างราชการเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์พัฒนาระบบราชการปี 25552561 ซึ่งในที่ประชุม ท่านพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ และ รมว.ศึกษาธิการ ท่านนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้นโยบายควรแบ่งทีมจ้างอาจารย์ไปศึกษาแต่ละกระทรวง ควรปรับปรุงกระบวนการทำงาน ควรมีโครงสร้างอย่างไรในอนาคต ขณะนี้เรายังไม่ได้ลงลึกแต่ต้องศึกษา เมื่อความคิดตกผลึกจะได้ปรับตามลำดับก่อนหลัง” ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร. เปิดเผย
ทศพร กล่าวว่า สมมติโหมดในการคมนาคมเปลี่ยนจากถนนมาใช้ราง กระทรวงคมนาคมต้องปรับตัว จะมีกรมรางหรือไม่ หรือเรื่องน้ำตามทปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ให้ความสำคัญ เพราะต่อไปจะมีระบบโซนนิง ถ้าเป็นกระทรวงน้ำจะเอาอะไรมาใส่ในส่วนนี้ รวมไปถึงการรองรับประชาคมอาเซียน ซึ่งบางจังหวัดจะต้องเป็นประตูการค้า การลงทุน
ทั้งนี้ ต้องมีทีมเป็นกลางมาช่วยดีไซน์อนาคตประเทศเปิดอาเซียน จะมีหน่วยงานแบบใด เมื่อทำแผนโครงสร้างเสร็จต้องคุยกับกระทรวงด้วย เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ประเทศ
ทศพร กล่าวว่า 10 ปีที่มีการปฏิรูปโครงสร้างราชการ มีการประเมินประสิทธิภาพการทำงาน อย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพลังงาน มีตัวชี้วัดก็ถือว่าไปได้ แต่นั่นเป็นช่วง 10 ปี ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปเยอะ
“อย่างกรณีท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม บอกประเทศจะมีเรื่องระบบราง ก็อาจมีความจำเป็นต้องออกแบบกระทรวง ทบวง กรมใหม่ให้รองรับเป็นการบ้าน ให้ ก.พ.ร.ทำงานให้เสร็จโดยเร็วภายใน 6 เดือน เผลอๆ ฝ่ายนโยบายอยากให้เสร็จเร็วกว่านี้”
โครงสร้างเมื่อ 10 ปีที่แล้วใช้ได้ แต่ไม่ใช่อยู่จนล่มสลาย อีกทั้งยุทธศาสตร์ชาติตามที่นายกฯ แถลงไว้ถือว่าพลิกประเทศไทยเยอะ กระทรวงทั้งหมดอาจต้องมานั่งคิด หรือจังหวัดที่เป็นด่านของอาเซียนจะใช้รูปแบบการบริหารราชการแผ่นดินเหมือนกันทุกจังหวัดหรือไม่ คำถามว่าอย่างแม่สอดซึ่งเหมือนซูเปอร์อำเภอในอนาคต หรือจังหวัดใหญ่ๆ ที่เป็นศูนย์กลางการเจริญเติบโตของประเทศ ควรยึดวิธีการบริหารเหมือนจังหวัดที่ไม่ใช่ศูนย์กลางหรือไม่ ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่าควรแก้ไขกฎหมายแม่ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้มีข้อยกเว้นสำหรับจังหวัดหรืออำเภอที่มีลักษณะพิเศษ ดีกว่าออกเป็นกฎหมายเฉพาะ
หากติดตามความเปลี่ยนแปลงในช่วงที่ผ่านมาในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็เริ่มไปแล้วจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ก.พ. กระทรวงพาณิชย์เสนอร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...) จัดตั้งสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โดยกระทรวงพาณิชย์ให้เหตุผลว่าเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาหน่วยงาน พ.ศ. 25552556 ขอจัดตั้งสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าเป็นหน่วยงานใหม่ในสังกัด มีฐานะเทียบเท่ากรม เป็นหน่วยงานด้านวิชาการ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการเสนอแนะจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าแห่งชาติแบบบูรณาการ ให้มีทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนและมีเอกภาพ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของไทย รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
การตั้งสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ได้ปรับเพิ่มบุคลากรภาครัฐแต่อย่างใด โดยมีการใช้วิธีให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ที่เป็นของสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้และภาระผูกพันทั้งปวงไปเป็นของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
พร้อมกันนั้น ให้โอนบรรดาข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการส่งออก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตามจำนวนอัตราที่กำหนด ไปเป็นของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
การปรับโครงสร้างราชการภายในกระทรวงพาณิชย์ รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจึงเป็นตัวอย่างนำร่อง
เป็นสัญญาณให้มองต่อไปอีก 6 เดือนจากนี้ เช่นเดียวกันว่าการเขย่าโครงสร้างราชการครั้งใหญ่ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์จะออกมารูปแบบใด







