
ที่ดินหัวเมืองราคาพุ่งราคาบ้านจ่อขยับตาม
การรุกคืบของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้าไปในจังหวัดหัวเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดมีความคึกคักขึ้น ไม่ว่าจะเป็น จ.เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น นครราชสีมา (เขาใหญ่) อุดรธานี ชลบุรี (พัทยาศรีราชา) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และภูเก็ต ล้วนเป็นพื้นที่เป้าหมายของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่ต้องการเข้าไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง
การรุกคืบของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้าไปในจังหวัดหัวเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดมีความคึกคักขึ้น ไม่ว่าจะเป็น จ.เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น นครราชสีมา (เขาใหญ่) อุดรธานี ชลบุรี (พัทยาศรีราชา) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และภูเก็ต ล้วนเป็นพื้นที่เป้าหมายของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่ต้องการเข้าไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง
เหตุผลสำคัญที่ตลาดต่างจังหวัดกลายเป็นเป้าหมายการลงทุน เพราะหลายพื้นที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หลายพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่ความนิยมบ้านหลังที่สองเพิ่มมากขึ้นหลังน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ประกอบกับภาวะอิ่มตัวในตลาดส่วนกลางอย่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล กลายเป็นตัวเร่งที่ทำให้ต้องเริ่มหาตลาดใหม่ๆ ในการขยายตัว
การขยายการลงทุนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ได้ส่งผลให้ราคาที่ดินในหลายๆ พื้นที่ในต่างจังหวัดเริ่มขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทำเลในเขตเมือง หรือย่านอยู่อาศัยของคนในพื้นที่ อย่างเช่น จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราคาซื้อขายปรับขึ้นเป็นเท่าตัว หลายๆ แปลงราคาไม่ต่างกับที่ดินใน กทม.
สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราคาปรับขึ้นเป็นเท่าตัว เช่น ที่ จ.อุดรธานี อุบลราชธานี และมุกดาหาร อย่างมุกดาหารจากเดิมซื้อขายกันไร่ละ 59 ล้านบาท ผ่านไป 1 ปี ราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ถึงไร่ละ 1012 ล้านบาท
ทั้งนี้ การปรับขึ้นของราคาที่ดินในภูมิภาคเกิดจากการขยายการลงทุนของกลุ่มค้าปลีก โมเดิร์นเทรดและบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ซึ่งการที่ราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นมากเป็นสัญญาณที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ในช่วงระยะแรกนี้อาจไม่อันตรายนัก แต่หากราคายังขึ้นอย่างไม่หยุดในอัตราเร่งแบบเดิม ก็ควรต้องหาทางเบรกกันบ้าง
ขณะที่ราคาที่ดินใน จ.ขอนแก่น ชาญณรงค์ บุริสตระกูล ประธานชมรมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่น ระบุว่า ที่ดินบางแปลงบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ทุ่มซื้อในราคาสูงถึง 23 เท่าตัว ขณะที่ราคาโดยเฉลี่ยขยับขึ้นมาแล้ว 2030%
ส่วนที่ดินในตัวเมืองขอนแก่น วิโรจน์ สฤษฎีชัยกุล รองกรรมการบริษัท ซีนิท แอสเซท บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในขอนแก่น ระบุว่า ราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาทต่อตารางวา (ตร.ว.) แต่ราคาซื้อขายจริงอยู่ที่ 68 แสนบาทต่อ ตร.ว. และเป็นราคาที่เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวในระยะเวลา 2 ปี
ขณะที่ จ.อุดรธานี ราคาที่ดินมีการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงเช่นกัน เพราะเป็นจังหวัดศูนย์กลางของภาคอีสานที่จะเชื่อมต่อกับเออีซี มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้าไปลงทุนอยู่หลายราย เช่น บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ศุภาลัย แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ และเอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ และยังมีศูนย์การค้าโมเดิร์นเทรดอีกหลายราย ทำให้ราคาที่ดินในเขตเมืองพุ่งลิ่วถึงไร่ละ 1020 ล้านบาท
การที่ราคาที่ดินปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลถึงราคาบ้านที่ต่างจังหวัดที่จะขยับขึ้นตามต้นทุนอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการในท้องที่ที่มีต้นทุนการตลาดที่ต่ำกว่าเป็นตัวถ่วงดุลตลาด แต่หากดูโมเดลอสังหาริมทรัพย์ใน กทม.และปริมณฑลแล้ว จะเข้าใจว่า ในที่สุดผู้ประกอบการรายเล็กก็จะอ่อนแรงลง โอกาสที่ผู้ประกอบการรายใหญ่จะเข้าคุมตลาดมีสูง และก็มีผลไม่ต่างกับคอนโดมิเนียมในเมือง กทม. ที่ราคาแพงจนคนชั้นกลางซื้ออยู่ไม่ได้







