
สตช.ปฏิเสธพงศพัศเอี่ยวสร้างโรงพัก
สตช.ชี้แจงต่อสัญญาก่อสร้างโรงพักเป็นไปตามกฎหมาย ยืนยัน พงศพัศ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีโออาร์
สตช.ชี้แจงต่อสัญญาก่อสร้างโรงพักเป็นไปตามกฎหมาย ยืนยัน พงศพัศ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีโออาร์
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ชี้แจงกระแสข่าวที่ระบุว่า สตช.และรัฐบาล ไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาการก่อสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่ง กลับมีการต่อสัญญาให้บริษัทเอกชนถึง 3 ครั้ง จนทำให้ราชการเสียหายคิดเป็นมูลค่าค่าปรับ 1,026 ล้านบาท โดยกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง สตช.ได้ดำเนินการตามเงื่อนไข โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบทุกขั้นตอน รวมทั้งการขยายสัญญาสามารถทำได้ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ระบุให้ขยายสัญญาได้ 3 กรณี
กรณีที่ 1 เหตุที่เกิดจากข้อบกพร่องของผู้ว่าจ้าง เช่น ส่งมอบพื้นที่บางแห่งไม่ทันเวลา กรณีที่ 2 เหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย เช่น เหตุภัยธรรมชาติ ในกรณีนี้ คือ เหตุอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 ต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี 2555 และกรณีที่ 3 เหตุที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เช่น การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ แล้วผู้ผลิตไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทัน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำกรอบการก่อสร้าง (ทีโออาร์) ว่า ข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นความจริง พล.ต.อ.พงศพัศ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเป็นประธานหรือจัดทำทีโออาร์รวมสัญญาก่อสร้างในบริษัทเดียว แต่ความจริงการจัดทำทีโออาร์ รวมทั้งเงื่อนไขจ่ายเงินล่วงหน้า 15% ให้บริษัทที่ชนะการประมูลนั้น มีผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง (ผบช.สกบ.) ขณะนั้น เป็นผู้ลงนาม จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้องให้ประชาชนและสาธารณชนรับทราบ







