
ไล่ล่าหนี้เพรซิเดนท์ฯ
โพสต์ทูเดย์
— เจ้าหนี้กว่า 30 ราย เรียงคิวยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ เพรซิเดนท์ อะกริฯแหล่งข่าวจากกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า ลูกหนี้ประมาณ 30 ราย มายื่นขอรับชำระหนี้คืนจากบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร อดีตเจ้าของบริษัท หลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด (ล้มละลาย) โดยมีธนาคารฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ แบงกิง คอร์ปอเรชัน เป็นเจ้าหนี้หลักที่เรียกร้องค่าเสียหายประมาณ 2,000 ล้านบาท
“
ขณะนี้ยังไม่ทราบมูลหนี้ทั้งหมดที่ลูกหนี้รายอื่นมายื่นขอรับชำระหนี้ เพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบกับเจ้าหนี้ และยังมีเวลาที่จะรอให้เจ้าหนี้ต่างประเทศมายื่นขอรับชำระหนี้คืน ซึ่งจะครบกำหนดการยื่นขอรับชำระหนี้คืน 9 เม.ย.” แหล่งข่าวเปิดเผยอย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมบังคับคดีปฏิบัติตามคำสั่งศาลออกประกาศพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย เพื่อป้องกันการถ่ายโอนทรัพย์สิน แต่ยังไม่ถึงขั้นตอนการไปยึดทรัพย์เพื่อนำมาประมูลขายทอดตลาด
ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารจากธนาคารพาณิชย์ที่เป็นเจ้าหนี้ และเกี่ยวกับการทำธุรกรรมบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง
ทั้งนี้ ต้องใช้ระยะเวลานานเนื่องจากมีเอกสารจำนวนมาก รวมทั้งได้ขอความร่วมมือไปสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อส่งหนังสือขอความร่วมมือกับสถานทูตสวิตเซอร์ แลนด์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ ให้ส่งเอกสารและรับรองว่าเอกสารซื้อขายข้าวของบริษัท เพรซิเดนท์ฯ นั้นเป็นเอกสารปลอม เพื่อนำเป็นหลักฐานยื่นฟ้องศาลต่อไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ เพราะคดีนี้มีหลักฐานจำนวนมาก และต้องการให้มีความรัดกุม
เบื้องต้นมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการปลอมแปลงเอกสารการซื้อขายสินค้า และพฤติกรรมการทุจริตการกู้เงินจากสถาบันการเงินอย่างชัดเจน
“
การดำเนินคดีนี้ดีเอสไอต้องทำอย่างจริงจัง เพราะสาธารณชนก็มีการจับตาดูอยู่” นายธาริต กล่าว






