
ครูมานิจ
“ผมอับอายกับการทำโพลที่เอาใจผู้มีอำนาจและไม่มีคุณภาพ รวมถึงรับไม่ได้กับการรับจ้างกระทรวงมหาดไทยทำโพล”
“ผมอับอายกับการทำโพลที่เอาใจผู้มีอำนาจและไม่มีคุณภาพ รวมถึงรับไม่ได้กับการรับจ้างกระทรวงมหาดไทยทำโพล”
เป็นคำกล่าวของ มานิจ สุขสมจิตร เปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลาออกจากนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สะเทือนไปถึงสถาบัน “สวนดุสิตโพล”
กว่า 20 ปีนับตั้งแต่การก่อตั้งสวนดุสิตโพล ไม่เคยมีครั้งไหนถูกท้าทายถึงความเป็นกลางเท่าครั้งนี้ ภายหลังถูกวิจารณ์เกี่ยวกับการสำรวจความนิยมนักการเมืองที่ออกมาในลักษณะแปลกแปล่ง ตามด้วยการขานรับเป็นแม่งานจัดเวทีสานเสวนา 108 เวทีให้กับรัฐบาล กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายให้ “มานิจ” ลาออกจากเก้าอี้ประธานนายกสภามหาวิทยาลัย ที่ทำหน้าที่มาถึง 30 ปี เพราะเห็นว่าสถาบันการศึกษาแห่งนี้ขาดความเป็นกลาง ซึ่งการลาออกในครั้งนี้ไม่ได้สูญเปล่า เนื่องจากช่วยสังคมให้ตื่นตัวมาตรวจสอบถึงหลักการทำโพลที่ดีของหลายสถาบันมากขึ้น
“มานิจ” ถูกจัดให้อยู่ในทำเนียบสื่อมวลชนอาวุโสที่ได้รับการยกย่องจากคนในวงการ ตลอดชีวิตการทำงานถือว่าเป็นหนึ่งในบุคคลในการเรียกร้องให้เกิดกระบวนการคุ้มครองเสรีภาพสื่ออย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่การยกเลิก พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484 ซึ่งใช้มาเป็นเวลา 66 ปีในที่สุด
อดีตที่ผ่านมา มานิจ ดำรงตำแหน่งในองค์กรวิชาชีพมากมาย อาทิ นายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติคนแรก ประธานสถาบันพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย รวมทั้งการเข้ารับหน้าที่เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ด้วยการดำรงตนอยู่บนจริยธรรมอันดีมาตลอด ทำให้สื่อมวลชนรุ่นลูกรุ่นหลานต่างเรียกขานเป็นเสียงเดียวกันว่า “ครูมานิจ”







