
หุ้นขึ้นปรอทแตกทะลุ800จุด
โพสต์ทูเดย์
— หุ้นไทยเมินม็อบเสื้อแดง พุ่งสูงสุดรอบ 27 เดือน ต่างชาติซื้อ 1,300 ล้านแม้บรรยากาศการเมืองไทยยังร้อนแรงจากม็อบเสื้อแดง แต่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. กลับพุ่งไปแตะ 801.32 จุด บวก 13.34 จุด หรือ 1.69% ปรับตัวสูงสุดในรอบ 27 เดือน มีมูลค่าซื้อขาย 2.8 หมื่นล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นผู้ซื้อต่อเนื่องถึง 1,300 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยขาย 1,700 ล้านบาท
การเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นไทยสอดคล้องกับการปรับขึ้นของตลาดหุ้นทุกตลาดในเอเชีย เนื่องจากเม็ดเงินไหลออกจากสหรัฐเข้ามาทำกำไร
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า การเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติเนื่องจากประเมินว่าเหตุการณ์การเมืองจะไม่รุนแรงเหมือนช่วงเดือน เม.ย. ปี 2552 ประกอบกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของไทยดีกว่าหลายประเทศ รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตดีมาก และราคาหุ้นไทยยังถือว่าถูกมาก
“
ในช่วงที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศดัชนีตลาดหุ้นขึ้นไปแล้ว 80% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหุ้นโลกที่ขึ้นไป 30% เท่านั้น” รมว.คลัง กล่าวนายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ไทย) คาดว่าเม็ดเงินจากต่างชาติยังเข้าต่อเนื่องจะหนุนให้ดัชนีทะลุไปถึง 820830 จุด เนื่องจากหุ้นขึ้นมาแรงและต่อเนื่อง อาจถึงจังหวะในการพักฐานบ้าง
“
ตัวเลขเศรษฐกิจของไทยก็ออกมาดี และคงต้องรอกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาสแรก หากออกมาดีน่าจะหนุนให้ดัชนีไปต่อได้ถึง 830 จุด” นายวนา กล่าวอย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะต้องระวังและติดตามสถานการณ์ให้ดี เพราะนักลงทุนต่างชาติได้กำไรทั้งหุ้นและค่าเงินบาทแล้ว อาจเริ่มขายทำกำไร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันหุ้นหลายๆ ตัวขึ้นมาเกินพื้นฐานแล้ว แต่หากยังได้เงินต่างชาติเข้าซื้อก็อาจขึ้นต่อ
ด้านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น หากยกเลิกเมื่อไหร่ ก็จะเป็นข่าวดีต่อตลาดหุ้นได้อีก







