posttoday
ระวังศก.เริ่มวิกฤต

ระวังศก.เริ่มวิกฤต

02 เมษายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — หอการค้าฯ เตือน การเมืองเริ่มกระทบเศรษฐกิจเข้าขั้นวิกฤต ร้องรัฐบาลวางแผนแก้ ก่อนเปลี่ยนแปลงทางการเมืองพร้อมเรียกร้องเปิดเวทีเจรจาอีกครั้งเพื่อหาทางออกให้ประเทศ

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเริ่มส่งผลให้เศรษฐกิจเข้าสู่วิกฤต เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จนเป็นเหตุให้หลายประเทศขาดความเชื่อมั่น และแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้ทบทวนการเดินทางมาไทย

ทั้งนี้ หอการค้าไทยจึงต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งวางแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เช่น วางแผนใช้งบประมาณ แก้ปัญหามาบตาพุด ให้แล้วเสร็จก่อนเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ โดยจะนำข้อเสนอเหล่านี้เข้าหารือกับที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) วันที่ 5 เม.ย.นี้

ทั้งนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นในตอนนี้ ยังไม่ได้เข้มแข็งอย่างถาวร ถ้าไม่เร่งแก้ไขปัญหาประเทศไทยจะเป็นประเทศสุดท้ายที่เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัว เพราะการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจไม่สามารถหวังพึ่งภาคเอกชนอย่างเดียวได้ ต้องอาศัยภาครัฐเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนและเอกชนจะเป็นฝ่ายเสริมเข้ามาเท่านั้น “การยุบสภาหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามวาระในวิธีการใดก็ตาม หรือจะช้าจะเร็วแค่ไหนก็ไม่สำคัญ แต่รัฐบาลต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เรียบร้อยก่อนอย่ารีบร้อนทำในสิ่งที่ไม่ได้ประโยชน์กับใคร และอย่าคำนึงถึงระยะเวลาให้มากเกินไป ต้องคิดถึงประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก เพราะถ้าไม่ยุติปัญหาประเทศจะอยู่ไม่ได้ ประชาชนจะลำบาก และมีปัญหาต่อรายได้” นายดุสิต กล่าว

สำหรับการประเมินสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านสนามบินสุวรรณภูมิช่วงเดือน มี.ค. จะอยู่ที่ 4.5 หมื่นคนต่อวัน แต่หลังเกิดเหตุชุมนุมลดเหลือ 3.8 หมื่นคนต่อวัน และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ซึ่งศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลับหอการค้าไทย คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจะหายไปประมาณ 2030% คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 8,000 – 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะกระทบต่อการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของประชาชนและการจ้างงานตั้งแต่เดือนพ.ค.มิ.ย. โดยพบว่าการบริโภคเริ่มหดตัวลงเฉลี่ยวันละ 500800 ล้านบาท และการท่องเที่ยวมีรายได้หดตัวลงวันละ 200500 ล้านบาท

ขณะเดียวกันนักลงทุนและนักธุรกิจชาวต่างชาติเริ่มหวั่นไหวต่อสถานการณ์ที่ไม่มีท่าทีว่าจะยุติ ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนไม่เข้าประเทศ ขาดเงินไปจ้างงาน ไม่มีเงินไปจับจ่ายเพื่อการบริโภค การพัฒนาประเทศจะหยุดชะงักและสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน

ทั้งนี้ จึงเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาล และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พิจารณาและดำเนินการ ดังนี้ 1 ให้รัฐบาลแกไขปัญหาเศรษฐกิจและงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ และจัดทำแผนงานให้ชัดเจนในช่วงเวลาที่เหลือ 2.แก้ปัญหาปราบปรามคอรัปชั่น สร้างความโปร่งใสให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม 3. รักษาและบังคับใช้กฎหมาย ไม่ให้เกิดข้อครหาในเรื่อง 2 มาตรฐาน 4.แก้ไขมาบตาพุดให้เรียบร้อย

ในส่วนของนปช. 1.ขอให้ใช้ความอดทน อดกลั้น โดยคำนึงถึงจุดมุ่งหมายหลักของท่านและความสงบในการชุมนุม รวมทั้งพิจารณาแต่งตั้งตัวแทนเข้าหารือกับรัฐบาลเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาของประเทศชาติต่อไป เพราะเมื่อการเจรจาในครั้งก่อนไม่สำเร็จ ก็ควรเปลี่ยนกลยุทธ์ในการเจรจาใหม่ 2. เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์หวังว่าชาวไทยจะได้ฉลองสงกรานต์กับครอบครัวด้วยความสุขที่ภูมิลำเนา

ด้านการชุมนุมของสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตตา) และสมาคมด้านการท่องเที่ยว วันที่ 2เม.ย. รวม 25 สมาคม 1,0002,000 คน จะรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 พร้อมจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวหลักอีก 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี พัทยา จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เกาะสมุย จ.สุราษฎธานี กระบี่ และภูเก็ต รวมตัวกันแสดงจุดยืนเรียกร้องให้กับผู้ชุมนุมเสื้อแดงยุติการชุมนุม พร้อมแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในช่วงเวลา 16.15 น. เบื้องต้น คาดว่านายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยญี่ปุ่น จะเป็นผู้กล่าวนำแถลงการณ์ โดยมีเนื้อหาชี้แจงถึงเหตุผลของการออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้

สำหรับคำแถลงการณ์จะสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวช่วง4 ปีที่ผ่านมา โดยแสดงจุดยืนว่าผู้ประกอบการต้องการสร้างพลังที่จะช่วยปกป้องการรักษาความเชื่อมั่นและความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานักท่องเที่ยวให้กลับมาอีกครั้ง เพราะหากปล่อยให้เวลาล่วงเลยยาวนาน ต่างชาติอาจเปลี่ยนจากไทยไปประเทศอื่น

ด้านนายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (สทท.) กล่าวว่า สทท.มีความยินดีและพร้อมสนับสนุนเฟตต้า ในการแสดงพลังจุดยืนต่อต้านการชุมนุมในครั้งนี้ โดยสทท.ได้ทำหนังสือเวียนถึงสมาชิกกว่า 70 สมาคม ถึงแนวทางดังกล่าว เพื่อประชาสัมพันธ์ให้สมาคมที่สนใจเข้าร่วมการแสดงจุดยืนครั้งนี้ สามารถรวมตัวได้ตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละพื้นที่

นายสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร กล่าวว่าผู้ประกอบการถนนข้าวสารจะจัดงาน “มหาสงกรานต์ ถนนข้าวสารย้อนยุค” ในวันที่ 1215 เมษายน 2553 บริเวณถนนข้าวสาร เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยว โดยจัดแคมเปญพิเศษ ลดแลกแจกแถม มากมาย อาทิ ลดราคาห้องพัก ห้าคืนแถมหนึ่งคืน ห้องพักแถมอาหาร บริการนวดฟรี ส่วนร้านอาหาร ซึ่งคาดว่าจะมียอดจองห้องพักเกิน 100% และมีคนร่วมงาน 400,000 ชาวไทย 50% ชาวต่างชาติ 50% รายจ่ายเฉลี่ยต่อคน20,000 บาท มีเงินสะพัดในช่วงนี้ถึง 400500 ล้านบาท

รายงานข่าวแจ้งยอดจำหน่ายรถยนต์ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 2631 มี.ค.ว่า มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 11,082 คัน ซึ่งยังเหลือเวลาจัดงานจนถึงวันที่ 6 เม.ย.นี้ ซึ่งผู้จัดงานตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 1.6 หมื่นคัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท