
เอาจริงสักที
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำโดย พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ในฐานะรองประธาน และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) แถลงข่าวยิ่งใหญ่ถึงประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในประเทศไทย หลังมอบใบอนุญาตอย่างเป็นทางการให้กับทีวีดาวเทียมกว่า 600 ช่อง เมื่อเร็วๆ นี้
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำโดย พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ในฐานะรองประธาน และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) แถลงข่าวยิ่งใหญ่ถึงประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในประเทศไทย หลังมอบใบอนุญาตอย่างเป็นทางการให้กับทีวีดาวเทียมกว่า 600 ช่อง เมื่อเร็วๆ นี้
ด้านหนึ่ง น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ออกมาแถลงข่าวเตือนภัยช่องทีวีดาวเทียมที่เข้าข่ายทำผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา (อย.) ซึ่งพบความผิดชัดเจนอย่างน้อย 6 ช่อง ทั้งยังมีอีก 8 ช่องก่อนหน้านี้ที่พบความผิด แต่ได้ปรับปรุงแก้ไข และผ่านการขออนุญาตจาก กสทช.แล้วก็มี
นี่คือมาตรการส่วนหนึ่งในการตรวจสอบช่องทีวีดาวเทียมผิดกฎหมาย ที่ กสทช.ดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ควบคู่ไปกับการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ยังมีทีวีดาวเทียมอีก 400 ช่อง ที่อยู่ระหว่างการยื่นขอใบอนุญาต และในจำนวนนี้ยังมีความสุ่มเสี่ยงในเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย
ไม่นับรวมวิทยุชุมชนอีกเป็นพันสถานี ที่นำเสนอเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ทั้งการโฆษณาขายยาประเภทต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต การโฆษณาชวนเชื่อทั้งสินค้า และบริการ ไสยศาสตร์ ความเชื่อ รวมไปถึงบางสถานีที่มุ่งสร้างความแตกแยกในสังคม จนถึงขั้นด่าทอต้นตระกูลกันก็มี
บางช่อง บางสถานีที่หมิ่นเหม่ กสทช.ได้มอบใบอนุญาตไปแล้ว โดยหวังว่าหากดึงช่องทีวีดาวเทียมเหล่านี้เข้าสู่ระบบ จะสามารถควบคุม ดูแลได้ ให้คุณ ให้โทษ จนถึงขั้นถอดถอนใบอนุญาตได้ ซึ่งข้อนี้เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่า กสทช.จะทำได้ตามที่พูดหรือไม่
หรือจะเหมือนกรณีบัตรเติมเงินที่ขู่กันเป็นรายวัน แต่สุดท้ายเงินค่าปรับก็ยังไม่ได้ แถมกำหนดเงื่อนไขวันหมดอายุช่วยผู้ประกอบการเข้าไปอีก
อย่าลืมว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่วิทยุชุมชน และทีวีดาวเทียมเบ่งบาน ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหน่วยงานที่จะบังคับใช้กฎหมายได้ แต่ที่ผ่านมาเหมือนไม่มีเจ้าภาพดูแล จึงปล่อยปละละเลยมาจนถึงทุกวันนี้ และปัญหาบางอย่างบานปลายจนยังไม่สามารถแก้ไขได้จนทุกวันนี้ และเรื้อรังจนยากจะเยียวยา
ดังนั้น เมื่อ กสทช.ถือดาบอยู่ในมือ มีพร้อมทั้งสิทธิ หน้าที่ อำนาจในการกำกับดูแล ให้คุณ ให้โทษได้ ก็ควรต้องทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อดูแลผู้บริโภคทั้งทางร่างกาย จิตใจ ไปจนถึงสติปัญญา และสร้างให้สื่อใหม่เหล่านี้ เพื่อสื่อเพื่อตอบสนองต่อประโยชน์สังคมอย่างแท้จริง







