posttoday
เครดิตเรตติ้ง

เครดิตเรตติ้ง

08 กุมภาพันธ์ 2556

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.5 แสนล้านบาทไทย ต่อสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดัง 1 ใน 3 ของโลก ข้อหาปั่นเครดิตอนุพันธ์ทางการเงินที่อิงกับสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ภาคการเงินโลกสะเทือนไปครั้งใหญ่ครับ

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.5 แสนล้านบาทไทย ต่อสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดัง 1 ใน 3 ของโลก ข้อหาปั่นเครดิตอนุพันธ์ทางการเงินที่อิงกับสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ภาคการเงินโลกสะเทือนไปครั้งใหญ่ครับ

สำนวนฟ้องระบุว่า เอสแอนด์พี ไม่ดำเนินการปรับปรุงข้อมูลเกณฑ์การพิจารณาเครดิต และไม่ปรับปรุงฐานรูปแบบการวิเคราะห์ คือใช้ข้อมูลไม่อัพเดต และยังทำการจัดอันดับเครดิตอนุพันธ์ทางการเงินเหล่านั้นรวมกับอนุพันธ์ทางการเงินอื่นๆ เป็นมูลค่ากว่า 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแน่นอนครับว่า การกระทำดังกล่าวนั้นส่งผลให้เครดิตของตราสารหนี้ที่อิงกับภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่ตรงตามที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นการปั่นเครดิตให้สูงเกินนั่นแหละครับ

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ บอกว่า เข้าข่ายการหลอกลวงนักลงทุน เพราะเอสแอนด์พีหวังเพียงแต่จะได้งานรับจัดเครดิตผลิตภัณฑ์ทางการเงินเหล่านี้มากๆ ซึ่งถือเป็นรายได้หลักๆ ของเอสแอนด์พีในช่วงนั้นทีเดียว

ถ้าหากยังจำกันได้ ในช่วงก่อนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2004 ธนาคารต่างๆ ตลอดจนวาณิชธนกิจในสหรัฐออกตราสารหนี้ดังกล่าว หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ตราสารหนี้ซับไพรม์ ขายกันโยงมั่วไปหมด เอไอจี บริษัทประกันภัยรายใหญ่ก็เข้าประกันตราสารหนี้เหล่านี้ด้วย เมื่อฟองสบู่อสังหาฯ สหรัฐแตกโพละ ตราสารหนี้พวกนี้ก็ล้มกันไม่เป็นท่า

นั่นคือเหตุผลหลักที่ทำให้สหรัฐทำการยื่นฟ้องเอสแอนด์พีในครั้งนี้ แต่อันที่จริงยังมีหลายฝ่ายสงสัยว่าทำไมรัฐบาลสหรัฐถึงยังไม่ยื่นฟ้องอีก 2 สถาบันจัดเครดิตด้วย ทั้งมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และฟิทช์ เรทติ้งส์

กระนั้นก็ตาม จนถึงขณะนี้แม้ว่าสหรัฐจะเริ่มเห็นแผลที่เกิดขึ้น แต่ทว่าก็ยังไม่มีการจัดระเบียบหรือการควบคุมการจัดเครดิตแต่อย่างใดเกิดขึ้น

ที่ผ่านมามีหลายประเทศ หลายภูมิภาคที่ไม่พอใจบริษัทจัดอันดับเครดิตพวกนี้ เช่น ทั้งในยุโรปหรือจีนเอง ซึ่งเริ่มไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ และหลายต่อหลายครั้ง การประกาศเครดิตจากบริษัทเหล่านี้ อยู่ในช่วงที่ไม่เหมาะสม และใช้ข้อมูลไม่อัพเดตล่าสุด

อย่างยุโรปเองไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ก็ออกโรงจวกบริษัทจัดเครดิตอย่างไม่เป็นท่า เพราะหลายครั้งครับที่วิกฤตยูโรโซนย่ำแย่ลงอันเป็นผลจากการประกาศเครดิตของบริษัทเหล่านี้นั่นเอง ทำให้สถานการณ์ที่เริ่มจะดีก็ย่ำแย่ลงไปซ้ำอีก

ตอนนี้จีนและยุโรปเริ่มที่จะชูบริษัทเครดิตของตัวเองขึ้นมาท้าทายแล้ว แน่นอนว่า ไม่มีใครอยากจะเอาอนาคตตัวเองไปแขวนอยู่กับบริษัทพวกนี้ ที่หลายครั้งก็มีแต่ทำให้ปัญหาแย่ลงครับ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง