
รถดับเพลิงบรรทุกน้ำแจกชาวโคราช
ชาวเมืองโคราช เจอวิกฤตขาดแคลนน้ำประปาอย่างหนัก นายกเล็กต้องจัดชุด ปภ.นำรถดับเพลิงบรรทุกน้ำวิ่งแจกชาวบ้านทั่วเมือง
ชาวเมืองโคราช เจอวิกฤตขาดแคลนน้ำประปาอย่างหนัก นายกเล็กต้องจัดชุด ปภ.นำรถดับเพลิงบรรทุกน้ำวิ่งแจกชาวบ้านทั่วเมือง
เช้าวันนี้ (8 ก.พ. 56) เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ของเทศบาลนครนครราชสีมา ได้นำรถดับเพลิงบรรทุกน้ำขนาด 15,000 ลิตร มาใส่ไว้ในถังน้ำ แทงค์น้ำ และห้องน้ำ ของวัดหนองบัวรอง ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ภายหลังจากที่ทางวัดได้ร้องขอเนื่องจากน้ำประปาไม่ไหลมาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ส่งผลให้พระสงฆ์ภายในวัดหนองบัวรองกว่า 10 รูป และประชาชนที่เดินทางมาทำบุญภายในวัดไม่มีน้ำใช้อุปโภคบริโภค ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เช่นเดียวกับ ชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ก็เกิดวิกฤตน้ำประปาไม่ไหล จนชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า สาเหตุที่น้ำประปาไม่ค่อยไหลในช่วงนี้ เกิดจากมีเกษตรกรในพื้นที่ อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน และ อ.ขามทะเลสอ ซึ่งอยู่ริมน้ำลำตะคอง ได้ทำการปลูกนาปรังกันเป็นจำนวนมาก และได้มีการสูบน้ำ กั้นน้ำ เข้านาปรังกันตลอดเส้นทางก่อนที่จะถึงเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ส่งผลให้น้ำดิบจากลำตะคองไหลมาไม่ถึงโรงผลิตน้ำประปาอัษฎางค์ ของเทศบาลนครนครราชสีมา ดังนั้นระบบผลิตน้ำประปาจึงไม่สามารถผลิตน้ำประปาส่งให้ประชาชนได้อย่างทั่วถึง
เบื้องต้น ได้แก้ไขปัญหาด้วยการจัดชุดเจ้าหน้าที่ ปภ. กว่า 30 คน ผลัดเวรกัน 24 ชั่วโมง นำรถดับเพลิงจำนวน 9 คัน บรรทุกน้ำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น. ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรถดับเพลิงทั้ง 9 คันนั้น มีรถขนาดเล็กจำนวน 1 คัน บรรทุกน้ำได้ 1,500 ลิตร รถขนาดกลาง จำนวน 2 คัน บรรทุกน้ำได้ 6,000 ลิตร และรถขนาดใหญ่จำนวน 6 คัน บรรทุกน้ำได้ 12,000 ลิตร ซึ่งคาดว่าแต่ละวันจะสามารถวิ่งแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนลิตร
ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้น ขณะนี้ได้ปรึกษากับทางสำนักชลประทานที่ 8 ขอให้มีการปล่อยน้ำจากลำตะคองมามากกว่านี้ พร้อมกับมีการประสานไปยังท้องถิ่นแต่ละแห่งริมลำตะคอง ให้ช่วยทำความเข้าใจกับประชาชนที่ทำนาปรัง ไม่ให้มีการสูบน้ำ หรือปิดฝายกั้นน้ำระยะนี้ เพื่อให้น้ำดิบไหลมาถึงเขตเทศบาลนครนครราชสีมา และจะได้นำน้ำดิบมาผลิตน้ำประปาให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง ทั้ง 83 ชุมชน ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาต่อไป







