posttoday
รัฐดึงองค์กรต้านโกงช่วยฟอกงบ2.2ล้านล.

รัฐดึงองค์กรต้านโกงช่วยฟอกงบ2.2ล้านล.

08 กุมภาพันธ์ 2556

“ชัชชาติ” รับลูกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯ ถก 4 ข้อ ล้อมคอกฮั้ว 2.2 ล้านล้านบาท

“ชัชชาติ” รับลูกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯ ถก 4 ข้อ ล้อมคอกฮั้ว 2.2 ล้านล้านบาท

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ตามที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เป็นห่วงการทุจริตในโครงการกู้เงินเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน2.2 ล้านล้านบาท ทางรัฐบาลจึงมาหารือร่วมเพื่อหาทางป้องกัน

หลังการหารือร่วมได้ข้อสรุป4 ข้อ คือ 1.ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญด้านจริยธรรม คุณธรรมควบคู่กับด้านกฎหมาย และมองคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ2.เห็นควรตามข้อเสนอขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯ ให้ผู้มีส่วนร่วมจัดซื้อจัดจ้าง การประมูล ต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม ว่าจะไม่ทุจริตทุกขั้นตอน โดยจะดำเนินการลงนามใน 1 เดือน 3.ตั้งผู้สังเกตการณ์ทุกขั้นตอน และ 4.เชิญตัวแทนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เป็นคณะกรรมการศูนย์ต่อต้านคอร์รัปชันของกระทรวง โดยให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ดำเนินการศึกษาและดูรายละเอียดในข้อตกลงที่มองว่าจะสามารถนำมาใช้ปฏิบัติได้จริง และสามารถเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้ ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการร่างข้อตกลง

สามเห็นว่าควรมีการตั้งผู้สังเกตการณ์เพื่อเข้าร่วมตรวจสอบทุกโครงการของกระทรวงในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การร่างสัญญาโครงการ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับงานก่อสร้าง โดยผู้ร่วมเข้าสังเกตการณ์ต้องมีความหลากหลายในการดูแล ไม่ว่าจะเป็น ผู้ชี่ยวชาญในอุตสหากรรมนั้น ประชาชนที่อยู่ในท้องที่ หรือคนขององค์กรต่อต่อต้านคอร์รัปชั่น และสี่ เนื่องจากปัจจุบันกระทรวงคมนาคมมีศูนย์จัดตั้งต่อต้านคอร์รัปชั่นของกระทรวงอยู่จึงอยากเชิญผู้แทนจากองค์กรต่อต้านฯ เข้ามาร่วมทำงานในคณะกรรมการของศูนย์ต่อต้านคอรัปชั่นของกระทรวง

“การแก้ปัญหาคอรัปชั่นนั้นเป็นสิ่งที่ต้องป้องกันมิให้เกิดขึ้น การร่วมมือในครั้งนี้ถือว่าเป็นก้าวที่สำคัญและเป็นการป้องกันการคอรัปชั่นตั้งแต่การเริ่มต้นโครงการ ดีกว่าเมื่อพบปัญหาแล้วมาแก้ทีหลัง ทั้งนี้แม้หลายฝ่ายจะเป็นห่วงในโครงการขนาดใหญ่ว่าจะมีการทุจริต แต่โครงการเล็กๆ ในต่างจังหวัดเราก็ต้องดูแลไม่ให้เกิดการคอรัปชั่นเกิดขึ้นด้วย เพราะการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นต้องเร่งแก้ในระดับบุคคลเป็นหลัก”นายชัชชาติกล่าว

สำหรับโครงการนำร่องในการป้องกันการคอรัปชั่นนั้นอาจเริ่มในโครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฟส 2 ที่ใช้งบประมาณ 5–6 หมื่นล้านบาท และการก่อสร้างทางด่วนพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ก

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า วันที่ 8 ก.พ. จะหารือกับคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันภาคราชการ ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานการหารือครั้งนี้ถือเป็นนิมิตรหมายอันดี ที่หน่วยงานภาครัฐได้เข้ามาร่วมกันป้องกันการคอร์รัปชั่น เพราะกระทรวงคมนาคมถือว่าเป็นกระทรวงหนึ่งที่ใช้งบประมาณสูง เมื่อกระทรวงคมนาคมได้ร่วมทำงานกับทางองค์กรแล้ว ในอนาคตน่าจะมีแนวโน้มที่ดีที่จะมีหน่วยงานอื่นๆ เข้าร่วมด้วย

ทั้งนี้ ใน ตามกำหนดการเดิม โดยมีวาระการนำเสนอและผลักดันให้ข้อตกลงคุณธรรมของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง การจัดซื้อจัดจ้างและประมูลงานทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างยุติธรรมเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนที่โปร่งใส พร้อมทั้งมีการลงนามและบันทึกข้อตกลงว่าจะไม่จ่ายไม่รับ รวมทั้งมีการเปิดข้อมูลการประมูลและราคากลางตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นจนการรับงานอย่างโปร่งใส และทำให้ทุกฝ่ายได้รับความยุติธรรมในการรับข้อมูลเพื่อร่วมประมูลอย่างเท่าเทียมกันในทุกหน่วยงานและทุกบริษัท

ทั้งนี้ คาดว่า หากได้รับการเห็นชอบจากรมว.คลัง แล้วคาดว่าจะสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ได้ข้อสรุป 4 เรื่อง โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมกันตรวจสอบการใช้งบลงทุน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่รัฐบาลจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยในการเปิดเผยข้อมูลซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 ข้อนั้น ทางกระทรวงคมนาคมจะให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 3,183 คัน งบประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาทเป็นโครงการนำร่อง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการสุ่มตรวจการทุจริตโครงการในส่วนของกระทรวงคมนาคม หรือเรียกว่าคณะกรรมการกำกับหลักเกณฑ์และตรวจสอบราคากลางงานก่อสร้าง โดยจะสุ่มตรวจโครงการที่มีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท หน่วยงานละ 2 โครงการว่ามีการกระบวนการประกวดราคาที่ถูกต้องหรือไม่

“กระบวนการตรวจสอบที่สำคัญคือ การพิจารณาราคากลาง ต้องมีมาตรฐาน มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม มีการตรวจรับงานอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ประกวดราคาไปแล้วมาลดคุณภาพของงาน ซึ่งต่อไปการเปิดประมูลด้วยวิธีพิเศษไม่ควรทำ แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องสามารถชี้แจงให้ทราบเหตุผลได้” นายชัชชาติ กล่าว

สำหรับสาเหตุที่ต้องตรวจสอบราคากลาง เพราะการกำหนดราคาที่สูงเกินไปเป็นส่วนหนึ่งของการทุจริต แนวทางการป้องกันคือต้องกำหนดราคากลางที่เหมาะสม เป็นมาตรฐาน นอกจากนั้น ยังต้องเปิดให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หลีกเลี่ยงการเปิดประกวดราคาแบบวิธีพิเศษ และเข้มงวดขั้นตอนควบคุมงาน เพื่อป้องกันการลดคุณภาพงานเพื่อให้มีกำไรเพิ่ม

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด