
ภักดีต่อกลุ่ม vs ภักดีต่อชาติ
อดีตข้าราชการที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงของประเทศหลายท่านได้แสดงความกังวลว่า ทำไมคนไทยในปัจจุบันไม่ค่อยเหมือนในอดีต ซึ่งในอดีตนั้น แม้การเมืองมีการต่อสู้กันดุเดือดไม่แพ้ปัจจุบัน มีความเห็นต่างกันในหมู่ประชาชน แต่ถ้าเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับ “ประชาชาติ” หรือเกี่ยวกับ “ชาติบ้านเมือง” แล้ว คนไทยจะรวมตัวกันผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวและออกไปสู้กับสิ่งที่คุกคามต่อประเทศชาติ และรวมพลังกันสู้กับปัญหาที่กระทบต่อชาติบ้านเมือง โดยเอาเรื่องความขัดแย้งภายในวางไว้ก่อน
อดีตข้าราชการที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงของประเทศหลายท่านได้แสดงความกังวลว่า ทำไมคนไทยในปัจจุบันไม่ค่อยเหมือนในอดีต ซึ่งในอดีตนั้น แม้การเมืองมีการต่อสู้กันดุเดือดไม่แพ้ปัจจุบัน มีความเห็นต่างกันในหมู่ประชาชน แต่ถ้าเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับ “ประชาชาติ” หรือเกี่ยวกับ “ชาติบ้านเมือง” แล้ว คนไทยจะรวมตัวกันผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวและออกไปสู้กับสิ่งที่คุกคามต่อประเทศชาติ และรวมพลังกันสู้กับปัญหาที่กระทบต่อชาติบ้านเมือง โดยเอาเรื่องความขัดแย้งภายในวางไว้ก่อน
ครั้งหนึ่งคนไทยรุ่นพ่อรุ่นแม่ออกมาชุมนุมเดินขบวนเรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส เคยเดินขบวนคัดค้านการตัดสินของศาลโลกในกรณีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 เราเคยรวมตัวกันต่อต้านภัยคุกคามด้วยกำลังทหารขนาดใหญ่จากนอกประเทศในช่วงสงครามรุกรานในเขมร และรวมตัวกันต่อต้านภัยคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ทั้งจากนอกประเทศและในประเทศ คนไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการปกป้อง ไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่น จาบจ้วง อาฆาตมาดร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์
แต่ทำไมวันนี้คนไทยจำนวนหนึ่งแยกไม่ออกว่า อะไรคือปัญหาของชาติบ้านเมือง อะไรคือปัญหาการเมือง กลายเป็นว่า คนไทยแตกแยกกันแม้กับประเด็นปัญหาชาติบ้านเมือง ทั้งที่เป็นเดิมพันที่เกี่ยวข้องกับคนไทยทุกคน ไม่เพียงทำลายกันเอง คนไทยบางคนยังเอาใจไปฝักใฝ่กับฝ่ายศัตรู
ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นและเห็นเด่นชัดในระยะเวลา 56 ปีที่ผ่านมานี้เอง ที่เกิดการต่อสู้ทางการเมืองในประเทศอย่างรุนแรง ฝ่ายการเมืองยุยง ปลุกปั่น โฆษณาชวนเชื่อให้คนไทยแยกสี แยกฝ่าย แบ่งแยกกันเอง และหาทางประหัตประหารกันทางการเมือง ปลูกฝังลัทธิทางการเมืองจนกลายเป็นความเชื่อที่ไร้เหตุผลไปเสียแล้ว วันนี้ไม่ใช่ว่ามันใกล้ไปสู่ความแตกแยก แต่คนไทยแตกแยกกันเรียบร้อยแล้ว ในอดีตเราก็เจอปัญหาแบบนี้แต่ไม่ถึงกับทำให้คนไทยแตกแยก ความขัดแย้งส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นๆ ไป เมื่อเราเจอความขัดแย้งที่ต้องหาความเห็นร่วมกัน เราก็หาคำตอบได้และก้าวข้ามผ่านไปได้ด้วยสติปัญญา เราหาความเห็นร่วมกันได้เพราะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ชาติ เรื่องของส่วนรวม ชาติก็เดินหน้าไปได้
แต่วันนี้แม้แต่เรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของบ้านเมือง เรื่องสถาบันสูงสุด เรื่องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ที่คนไทยควรรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว แต่เราก็ยังขัดแย้งกันจนได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง หากก้าวข้ามไม่พ้นความขัดแย้งก็มีโอกาสที่จะนำไปสู่ความรุนแรงอีกครั้ง
ใครก็ตามที่ทำให้คนไทยแตกแยกกัน หรือชักใยอยู่เบื้องหลังเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น ถือว่าคนนั้นไม่มีความเมตตาต่อบ้านเมือง ใจร้ายต่อบ้านเมือง ทำให้คนไทยทะเลาะเพื่อนำไปสู่ผลที่ตนต้องการเท่านั้น สถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันตุลาการ ถูกดึงลงมาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน คุกคามทุกรูปแบบทั้งทางเปิดและทางลับ ทางตรงและทางอ้อมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กระชับวงล้อมและหาทางลิดรอนบทบาทของสถาบัน สร้างเรื่องโกหกเพื่อหลอกลวงให้ประชาชนเกลียดชังสถาบันสูงสุด เพื่อแบ่งแยกพสกนิกรส่วนหนึ่งมาเป็น “พสกนิกร” ของตนเอง ยกตนขึ้นเสมอ จนคนไทยชักจะทนไม่ไหวจึงรวมตัวกันออกมาต่อต้านคนกลุ่มนี้
แม้แต่ปัญหาคดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นเรื่องของอธิปไตยและบูรณภาพดินแดน ซึ่งเป็น “เดิมพัน” ของประเทศที่คนไทยทุกคนควรรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวในการต่อสู้ แต่ก็ยังมีคนไทยที่เอาใจฝักใฝ่และสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามทั้งอย่างเปิดเผยและซ่อนเร้น ถึงกับพูดทำนองว่า เราเสียดินแดนไปแล้วหลายครั้ง จะเสียอีกครั้งจะเป็นไรไป ประเทศไทยไม่เคยขาดแคลน “พระยาจักรี” และ “ไส้ศึก” ที่ทำเพื่อต่างชาติเพียงเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ส่วนตน
คนไทยวันนี้ซึ่งถูกการเมืองแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย จำนวนไม่น้อยมีความจงรักภักดีต่อ “กลุ่ม” มากกว่าต่อ “ชาติบ้านเมือง” กลุ่มของตนพูดอะไร สั่งให้ทำอย่างไร ก็จะทำตามที่กลุ่มสั่งมากกว่าใช้สติปัญญาแยกแยะว่าอะไรคือผลประโยชน์ของกลุ่ม อะไรคือผลประโยชน์ของชาติ อะไรคือผลประโยชน์ส่วนรวม คนเหล่านี้ขาดสติปัญญาในการตัดสินใจ วันนี้คนบางกลุ่มไม่ได้พูดถึงเรื่องถูกผิด ดีชั่ว สิ่งใดควรทำและไม่ควรทำ แต่จะทำตามที่หัวหน้ากลุ่มของตนบอกมาเท่านั้น ส่วนชาติบ้านเมืองเสียหายไม่สนใจ
นักวิชาการบางคนวิจารณ์ว่า นี่เป็นเรื่องปกติธรรมดาเพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว ขณะนี้เป็นโลกแห่งโลกาภิวัตน์ โลกไร้พรมแดน โลกความรู้ ข่าวสารแพร่กระจายไปทั่วโลก เราจะยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้เพราะกระแสโลกพัดไปเร็ว ความคิดของคนต้องเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นความจริงบางส่วน แต่ไม่ได้จริงทั้งหมด บางทีเราตามกระแสโลกแต่เราไม่เคยดูตัวเราเอง ทุกประเทศต่างปรับตัวเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ทุกประเทศต่างรักษาสิ่งที่ดีงามของประเทศไว้ และทำให้สิ่งที่ยังบกพร่องให้ดีขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ซึ่งเราถือกันว่าเป็นต้นแบบของระบอบประชาธิปไตย เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีวิทยาการก้าวหน้า เป็นผู้ก่อกำเนิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง และเป็นผู้นำความคิดทางการเมืองหลายประการ แต่คนอเมริกันและคนอังกฤษที่มีเสรีภาพทางความคิดรู้จักแยกแยะว่า อะไรคือเรื่องของบ้านเมือง อะไรคือเรื่องของการเมือง พวกเขาอาจทะเลาะกันในเรื่องการเมือง แต่ทันทีที่การขัดแย้งนั้นจะทำให้บ้านเมืองเสียหาย เขาจะหยุดทันที คนอเมริกันและคนอังกฤษถือว่าชาติบ้านเมืองต้องมาก่อน และทุกคนจะสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในเรื่องของบ้านเมือง และหลักการประชาธิปไตยสากล แต่ทำไมคนไทยส่วนหนึ่งที่พูดปาวๆ ยกย่องเทิดทูนประชาธิปไตย จึงไม่มีจิตสำนึกแห่งความเป็นประชาธิปไตย และสำนึกว่าชาติบ้านเมืองต้องมาก่อนกลุ่ม
เราจะก้าวข้ามพ้นปัญหานี้ไปได้อย่างไร เราต้องช่วยกันคิด เพราะคนไทยทุกคนเป็นหุ้นส่วนของชาติบ้านเมือง อย่าปล่อยให้นักการเมืองบางหมู่บางเหล่าปู้ยี่ปู้ยำบ้านเมืองตามอำเภอใจ เราต้องไม่ปล่อยให้คนเหล่านี้ทำร้ายบ้านเมืองอย่างไร้ความเมตตาอีกต่อไป เราแก้ปัญหาบ้านเมืองหลายอย่างไม่ได้เพราะคนไทยยังภักดีต่อกลุ่มมากกว่าภักดีต่อชาติบ้านเมือง จึงขอฝากให้เป็นการบ้านแก่ท่านผู้อ่านไปช่วยคิดว่า เราจะหาทางออกจากปัญหานี้อย่างไร ถ้าเรายังหาทางออกไม่ได้ เราก็แก้ปัญหาบ้านเมืองที่ดำรงอยู่ในขณะนี้และที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ได้







