
โพลเอแบคชี้ปัญหาจราจรเกิดจากนิสัยผู้ขับขี่
โพลเอแบคเผยผลสำรวจพบคนมองปัญหารถติดเกิดจากนิสัยผู้ขับขี่มากกว่ารถคันแรก ชี้ตำรวจไม่เข้มงวดจับกุมผู้กระทำผิดต่อเนื่อง
โพลเอแบคเผยผลสำรวจพบคนมองปัญหารถติดเกิดจากนิสัยผู้ขับขี่มากกว่ารถคันแรก ชี้ตำรวจไม่เข้มงวดจับกุมผู้กระทำผิดต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 7 ก.พ. สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ปัญหาจราจร ปัญหาสิ่งแวดล้อมกับการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ใครเลือกใคร" โดยสำรวจประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 2,518 ตัวอย่าง ช่วงวันที่ 31ม.ค.-6 ก.พ.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ผลสำรวจในประเด็นปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหารถติดมากที่สุดในทรรศนะของประชาชนพบว่า 38.6% ระบุว่ามาจากนิสัยของผู้ขับขี่และความไม่เข้มงวดไม่จริงจังไม่ต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รองลงมาคือ นโยบายรถคันแรก 32.8% และสภาพถนนและสัญญาณจราจร 28.6%
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ กล่าวว่า นโยบายด้านการจราจรเป็นหนึ่งในเรื่องที่คนกรุงเทพให้ความสำคัญและปัญหาไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดเพียงสาเหตุเดียว การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เข้มงวดกวดขันจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจังต่อเนื่อง เช่น พวกขับรถเกินความเร็วที่กำหนด บรรดาซูเปอร์คาร์ที่มักก่อความเสียหายต่อผู้อื่น และบรรดารถหรูราคาแพงที่ไม่ค่อยกล้าจับกุม เป็นการเลือกปฏิบัติและทำให้อารมณ์คนขับขี่คนอื่นเสียและก่อให้เกิดการเลียนแบบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กวดขันจักุมอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาเหล่านี้เป็นโจทย์สำคัญที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ต้องขบคิดว่าจะทำอย่างไร เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจของผู้ว่าฯกทม.จะไปสั่งตำรวจได้ บทบาทการประสานงานเพียงอย่างเดียวตำรวจจะทำตามหรือไม่ ดังนั้น ถ้าหากผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม.สามารถแสดงให้เห็นหรือทำให้ดูว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาจราจรได้ และประชาชนเล็งเห็นว่าทำได้จริงก็น่าจะมีส่วนทำให้เกิดการสนับสนุนของสาธารณชนต่อการเป็นผู้ว่าฯกทม.ได้







