posttoday
โลกมองไทย

โลกมองไทย

06 กุมภาพันธ์ 2556

นิวยอร์กไทมส์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการกวาดล้างขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าโดยผิดกฎหมายของรัฐบาลไทยว่ามีความคืบหน้ามากขึ้น โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมาทางการไทยสามารถตรวจยึดและจับกุมสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายได้ถึง 4.6 หมื่นตัว ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อนหน้านี้ที่สามารถจับกุมได้ราว 1.8 หมื่นตัว

นิวยอร์กไทมส์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการกวาดล้างขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าโดยผิดกฎหมายของรัฐบาลไทยว่ามีความคืบหน้ามากขึ้น โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมาทางการไทยสามารถตรวจยึดและจับกุมสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายได้ถึง 4.6 หมื่นตัว ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อนหน้านี้ที่สามารถจับกุมได้ราว 1.8 หมื่นตัว

อย่างไรก็ตาม โทมัส ฟูลเลอร์ ผู้เขียนมองว่า ถึงแม้ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและเอาจริงเอาจังของภาครัฐในการแก้ปัญหาเพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศให้ดีขึ้น แต่ทว่าผลของการจับกุมสัตว์ป่าเหล่านี้กำลังกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการดูแลสัตว์ป่าของกลางเหล่านี้

“ยิ่งทางการจับกุมมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เราต้องดูแลสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น” รายงานอ้างคำกล่าวของ ธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

รายงานระบุอีกว่า ปัญหาสัตว์ป่าของกลางที่แออัด ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสัตว์ป่าบางชนิดไม่สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ เช่น ลูกเสือของกลาง ซึ่งขาดทักษะชีวิตจึงไม่สามารถดำเนินชีวิตตามธรรมชาติได้ โดยลูกเสือที่อยู่ในกรง จะมีอายุไขเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 2 เท่า จึงเท่ากับกลายเป็นภาระของภาครัฐที่ต้องเสียเงินงบประมาณในการดูแลสูงถึง 5.7 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.7 ล้านบาท) ต่อเดือนทีเดียว

โลกมองไทย

 

นอกเหนือจากประเด็นปัญหาขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าของไทย สื่อต่างประเทศยังให้ความสนใจเกี่ยวกับกรณีของ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ของไทย ภายหลังเข้ารับทำหน้าที่พิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของ ซี ชูกูมาร์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวมาเลเซีย ซึ่งได้สร้างความปั่นป่วนให้แก่วงการเมืองของมาเลเซีย เนื่องจากมีพยานเห็นเหตุการณ์อย่างน้อย 3 รายให้การตรงกันว่า ชูกูมาร์ ถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลของรัฐบาลทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต

เว็บไซต์มาเลเซีย โครนิเคิล เปิดเผยบทความที่มีชื่อว่า “หมอพรทิพย์, นาจิบ ราซัค : ผู้หญิงที่น่าเชื่อถือที่สุดในไทย และผู้ชายที่น่าเชื่อถือน้อยที่สุดของมาเลเซีย?” ระบุว่า ทั้งหมอพรทิพย์ และนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการคลี่คลายปมการเสียชีวิตของ เตียว เบง ฮอค ผู้ช่วยของพรรคฝ่ายค้านของมาเลเซีย ที่กลายประเด็นร้อนในสังคมว่าผู้ตายถูกลอบทำร้ายจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือเป็นการฆ่าตัวตาย

ภายหลังการพิสูจน์พลิกศพ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ เปิดเผยว่า โอกาสที่ เตียว วัย 30 ปี มีแนวโน้มถูกฆาตกรรมมีสูงถึง 80% และฆ่าตัวตายเองเพียง 20% เท่านั้น ซึ่งขัดแย้งกับรายงานของทางรัฐบาลมาเลเซีย 2 ฉบับที่สรุปว่า ผู้ตายมีสติสัมปชัญญะดีก่อนที่จะตกลงจากตึกชั้น 14 บ่งชี้ว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนบทความมองว่า ในขณะที่แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ของไทยสามารถพิสูจน์ความจริงได้ว่า เตียว เสียชีวิตจากการถูกลอบทำร้าย แต่ทว่านายกรัฐมนตรี ราจิบ ยังไม่สามารถชี้แจงประเด็นดังกล่าวต่อประชาชนชาวมาเลเซียได้อย่างชัดเจนว่ามีเจ้าหน้าที่ของทางการเกี่ยวข้องกับการตายของผู้ช่วยพรรคฝ่ายค้านรายนี้ ว่าเกิดจากความขัดแย้งผลประโยชน์ทางการเมืองตามข้อกล่าวหาหรือไม่

วันเดียวกัน เว็บไซต์บีบีซีของอังกฤษ ยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับกระแสคลิปวิดีโอ “ฮาร์ดคอร์ ก.ไก่” ของ ดีแลน ฮอลล์ เด็กชายลูกครึ่งวัย 3 ขวบ ที่ท่องพยัญชนะภาษาไทยจนโด่งดังไปทั่วโลกออนไลน์ ที่ล่าสุดมีผู้เข้าชมมากกว่า 2 ล้านครั้งภายใน 2 สัปดาห์เท่านั้น

เว็บไซต์ข่าวของอังกฤษได้ลงบทสัมภาษณ์ครอบครัวของเด็กชายฮอลล์ เจาะลึกทั้งประวัติความเป็นมา และแรงบันดาลใจของการทำคลิปดังกล่าวว่า มีจุดประสงค์เพื่อให้ญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ของครอบครัวที่อยู่เมืองไทยได้ชมเพื่อให้หายคิดถึง แต่กลับกลายเป็นว่าคลิปดังกล่าวถูกส่งต่อกันในโลกออนไลน์ในไทยภายในระยะเวลาเพียง 10 วันหลังโพสต์คลิปครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท