
จี้รัฐเร่งออกกฎหมายแฟรนไชส์
นายกสมาคมแฟรนไชส์ฯ จี้รัฐออกกฎหมายจัดระเบียบ ป้องต่างชาติสวมรอยกิจการยึดลูกค้าคนไทย เร่งคลอดก่อนเปิดเออีซีในปี’58
นายกสมาคมแฟรนไชส์ฯ จี้รัฐออกกฎหมายจัดระเบียบ ป้องต่างชาติสวมรอยกิจการยึดลูกค้าคนไทย เร่งคลอดก่อนเปิดเออีซีในปี’58
นายสวาสดิ์ มิตรอารี นายกสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมฯ อยู่ระหว่างผลักดันให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแฟรนไชส์ คือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งออกกฎหมายเฉพาะสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์โดยเร็ว เพื่อป้องกันสินค้าและบริการบางกลุ่มจากต่างประเทศที่เตรียมขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์มายังประเทศไทยมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะต้องออกกฎหมายให้ทันก่อนการเข้าสู่โดยเฉพาะหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558
ทั้งนี้“หากภาครัฐไม่เร่งผลักดันกฎหมายดังกล่าวออกมาโดยเร็ว คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนผู้สนใจทำธุรกิจและเจ้าของสินค้า ธุรกิจแฟรนไชส์ที่เป็นของคนไทย ทำให้ที่จะเสียเปรียบธุรกิจต่างชาติ หรือบางครั้งเข้ามาในลักษณะของธุรกิจขายตรงหลายชั้น (เอ็มแอลเอ็ม) อาจทำให้เกิดความสับสนได้” นายสวาสดิ์ กล่าวจากมาเลเซียซึ่งประเทศดังกล่าวมีธุรกิจลักษณะนี้เป็นจำนวนมาก และมีแผนขยายการทำตลาดเพื่อขยายลูกค้าคนไทยมากขึ้น
ปัจจุบันมีสินค้าและบริการบางประเภทที่ต้องกำหนดคำจำกัดความให้ชัดเจนระหว่างการเป็นผู้รับสิทธิทำตลาดหรือ “ไลเซนส์” ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งนี้มีผู้ประกอบการการหลายราย โดยการดำเนินธุรกิจในลักษณะไลเซนส์จะไม่มีบริการหลังการขาย หรือการทำกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสนับสนุนผู้รับสิทธิเหมือนแฟรนไชส์ นำตราผลิตภัณฑ์(แบรนด์)ไปใช้กับร้านค้าต่างๆ เช่น ป้ายอาหารเปิบพิศดาร หรือแบรนด์อื่นๆ ที่ ดังนั้น หากผู้รับสิทธิไม่ประสบความสำเร็จอาจทำให้ลูกค้าเข้าใจผิดและส่งผลเสียทั้งระบบ
นายสวาสดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ติดตามร่างกฎหมายแฟรนไชส์ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รับผิดชอบ เนื้อหาครอบคลุมรูปแบบการให้บริการ ธุรกิจ สินค้าประเภทต่างๆ ที่มีข้อผูกมัด สัญญา หรือการดูแลระหว่างผู้ให้สิทธิและผู้รับสิทธิแฟรนไชส์ รวมถึงบทลงโทษ ซึ่งทุกประเทศในอาเซียนขณะนี้มีกฎหมายแฟรนไชส์แทบทั้งหมดแล้วหากละเมิดสัญญา รวมถึงการบริหารจัดการภายในองค์กร เป็นต้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตีความในคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่รับเรื่องไปจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไปตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลสนับสนุนธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศอย่างจริงจัง เพราะขณะนี้มีแฟรนไชส์จากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก ทั้งจากยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี หรือไต้หวัน เป็นต้น ปัจจุบันคิดเป็นขณะที่ธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยมีสัดส่วน 20% ของผู้ประกอบการในประเทศไทย และมีแนวโน้มขยายตัว เพราะรัฐบาลของประเทศเหล่านี้ให้การสนับสนุนในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศที่เป็นแฟรนไชส์แบรนด์จากต่างประเทศ ทั้งในกลุ่มธุรกิจอาหารต่างๆ ซึ่งเป็นเพราะรัฐบาลในประเทศต่างๆเหล่านี้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์แรกอย่างเป็นรูปธรรม โดยขณะนี้ในภูมิภาคอาเซียน พบว่ามีเกือบทุกประเทศสมาชิกมีกฎหมายแฟรนไชส์ประกาศใช้แล้ว
“ยังมีธุรกิจประเภทอื่นๆ เช่น กลุ่มธุรกิจโรงแรม ธุรกิจรับสร้างบ้าน ซึ่งเป็นของคนไทยนำแบรนด์ไปใช้ขยายธุรกิจภายใต้รูปแบบแฟรนไชส์ด้วย ซึ่งความจริงอาจอยู่ในรูปแบบของการให้สิทธิ์การทำตลาดหรือไลเซนส์มากกว่า” นายสวาสดิ์ กล่าว
สำหรับปัญหาหลักของธุรกิจแฟรนไชส์ในขณะนี้ คือ เรื่องบุคลากร ที่อาจไม่เพียงพอต่อการขยายธุรกิจ ส่วนปัจจัยต้นทุนจากค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่ปรับใช้พร้อมกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ ไม่ส่งผลกระทบมากนัก ด้วยธุรกิจประเภทนี้มีการจ่ายค่าแรงอัตราขั้นต่ำสูงอยู่แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร บริการสปา เป็นต้นด้วยปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ถูกยกระดับมาจากสินค้าบริการโอท็อป ที่จับกลุ่มลูกค้าระดับเอบี







