
ผ่านกฎกระทรวง2ฉบับรองรับกม.ปราบก่อการร้าย
รัฐบาลเห็นชอบร่างกฎกระทรวง 2 ฉบับรองรับพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่ก่อการร้าย
รัฐบาลเห็นชอบร่างกฎกระทรวง 2 ฉบับรองรับพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่ก่อการร้าย
ในที่สุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ผ่านความเห็นชอบร่างกฎกระทรวงสองฉบับรองรับพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่ก่อการร้าย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะสามารถคลายความกดดันจากองค์การ Financial Task Force หรือ FATT ที่จะได้ปลดจากบัญชีประเทศที่มีข้อบกพร่องยุทธศาสตร์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
นายทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า หลังจากที่สภาผ่านความเห็นชอบกฎหมายดังกล่าว ได้มีข้อกำหนดว่า ต้องมีการตราอนุบัญญัติรองรับ โดยจะต้องมีผลบังคับใช้ก่อนการประชุม FATT ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 18 ก.พ.56 อันเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยได้รับการพิจารณาปลดจากบัญชี ประเทศที่มีข้อบกพร่องเชิงยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงสองฉบับได้แก่ ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายตามมติของหรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด โดยมีสาระสำคัญ คือ เมื่อกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับรายชื่อบุคคล คณะบุคคล นิติบุคคลหรือ องค์กรซึ่งเป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายตามมติของหรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ให้กระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลหรือหลักฐานที่ได้รับจากสหประชาชาติแล้วดำเนินการส่งรายชื่อดังกล่าวไปยังสำนักงานโดยไม่ชักช้า เมื่อสำนักงานได้รับรายนชื่อจากกระทรวงการต่างประเทศ ให้สำนักงานตรวจสอบความถูกต้องแล้วเสนอรายชื่อดังกล่าวไปยังรมว.ยุติธรรมเพื่อให้มีคำสั่งวประกาศเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดโดยไม่ชักช้า
ในกรณีที่ได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศหรือจากบุคคลที่ถูกกำหนดซึ่งได้มีการประกาศ หรือปรากฎข้อเท็จจริงการตรวจสอบของสำนักงานได้มีมติหรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ให้เพิกถอนรายชื่อผู้ใดออกจากรายชื่อผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย ให้สำนักงานตรวจสอบความถูกต้องแล้วเสนอเรื่องไปยังรมว.ยุติธรรมเพื่อมีคำสั่งให้เพิกถอนรายชื่อผู้นั้นออกจากรรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดโดยไม่ชักช้า
ส่วนร่างกฎกระทรวงฉบับที่สองคือ ร่างกฎกระทรวงการพิจารณารายชื่อและการทบทวนรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและคณะกรรมการธุรกรรม โดยสาระสำคัญ เป็นการตรวจสอบและส่งรายชื่อผู้นั้นให้พนักงานอัยการพิจารณายื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลมรีคำสั่งเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดโดยไม่ชักช้า และในกรณีตรวจสอบว่ามีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป พนักงานอัยการพิจารณายื่นคำร้องให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อผู้นั้นออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดโดยไม่ชักช้าเช่นกัน







