
จี้รัฐตัดตอนมาเฟียรัสเซียฮุบธุรกิจท้องถิ่น
เผยมาเฟียรัสเซียบุกภูเก็ตสร้างเครือข่ายฮุบธุรกิจท้องถิ่นแย่งลูกค้า ขณะที่ตร.ระบุผู้ประกอบการท้องถิ่นโขกราคาทำนักท่องเที่ยวเมิน
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ชมรมคนขับแท็กซี่มิเตอร์บ้านบาเทา คนขับรถตุ๊กตุ๊กที่หาดกระรน จ.ภูเก็ต เรียนร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งแก้ปัญหาบริษัททัวร์ของชาวรัสเซีย เปิดบริษัทแข่งกับคนไทย รวมทุกรูปแบบ ทั้งไกด์ มีรถแท็กซี่รับนักท่องเที่ยวเอง ถือว่าเป็นการแย่งอาชีพของคนไทย ซึ่งยังไม่พอยังบอกนักท่องเที่ยวห้ามใช้บริการรถแท็กซี่ไทยอ้างไม่ปลอดภัยและเก็บค่าโดยสารแพงเกินจริง ทำให้กลุ่มคนไทยที่ประกอบอาชีพสุจริตได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนันการท่องเที่ยวของภูเก็ตที่สร้างเม็ดเงินมหาศาล จะได้รับความเดือดร้อนเพราะทัวร์ต่างชาติ
จากข้อมูลของผู้ประกอบการโรงแรมและสถานบริการอื่นๆในจ.ภูเก็ต พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บริษัททัวร์ของรัสเซีย กำลังแผ่อิทธิพลในพื้นที่คล้ายกลุ่มมาเฟียก็ไม่ปาน พร้อมกันนี้บริษัททัวร์ของต่างชาติกำลังแย่งงานคนไทย แย่งสิ่งที่เป็นทรัพยากรของคนไทยที่น่าจะใช้ทำมาหากิน เช่นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แต่ต้องถูกกลุ่มรัสเซียมาหากินแข่งกับคนไทย
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ยืนยันว่า กลุ่มมาเฟียรัสเซียเริ่มเหิมเกริมอย่างหนัก กลุ่มมาเฟียรัสเซียเหล่านี้มีการวางระบบไว้หมดทุกอย่าง ทำทัวร์เหมือนคนไทย มีรถแท็กซี่ที่กำลังเป็นปัญหารับส่งนักท่องเที่ยวด้วย ที่สำคัญตัดราคาการให้บริการถูกกว่าคนไทย ซึ่งกำลังทำลายอาชีพของคนภูเก็ตไปด้วย เช่น บริการนวดสปา ที่ผ่านมาคนไทยคิดราคา 300 บาท แต่ รัสเซีย มากดราคาเหลือ 200 บาท นักท่องเที่ยวก็แห่กันไปนวด
เจ้าหน้าที่คนเดิม เล่าอีกว่า การทำทัวร์ต่างๆ ทั้งดำน้ำ หรือร้านเหล้า ก็จะตัดราคาทุกอย่าง แต่เป็นการมาแย่งสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นของคนไทย ทำเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศไทย แต่พวกนี้มาชุบมือเปิบ อาศัยความสวยงามของเมืองไทยหากิน ตำรวจหรือข้าราชการก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่ามีอิทธิพลหนุนอยู่เบื้องหลัง ไม่เช่นนั้นพวกรัสเซียคงไม่กล้าเข้ามาหากินแบบนี้แน่นอน
“หนักกว่านั้น หญิงขายบริการรัสเซียก็เริ่มมีมากในพื้นที่ภูเก็ตด้วย บางคนมานั่งยั่วแขกตามล็อบบี้ของโรงแรมอย่างไม่อาย รู้มาว่าค่าบริการสูงถึง 2-3 พันบาท แต่เมื่อใช้บริการกลับมีเวลาเพียงแค่ 10 นาที หากไม่พอใจก็จะมีกลุ่มคนรัสเซียคุกคามด้วย” เจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยนาม แฉ
ครั้นเมื่อสอบถามไปยัง พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ผบก.ทท.) กลับกลายเป็นอีกมุมที่น่าสนใจ เพราะนายตำรวจผู้นี้เปิดเผยมุมองว่า “เพราะคนไทยนี่แหล่ะ ทำให้การท่องเที่ยวภูเก็ตจะกลายเป็นปัญหา”
พล.ต.ต.รอย ขยายความว่า ภายหลังที่มีการรวมตัวประท้วงร้องเรียนของเหล่าคนขับรถแท็กซี่ในภูเก็ต ตำรวจท่องเที่ยวก็ลงไปตรวจสอบด้วยเพราะเห็นว่ามีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยตรง แต่เมื่อตรวจสอบบริษัททัวร์ต่างชาติที่เป็นของชาวรัสเซียที่ถูกอ้างถึง คือบริษัท อเล็กฮอลิเดย์ จำกัด พบว่ามีการออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเรื่องนี้จะไปเอาผิดบริษัทดังกล่าวไม่ได้
เรื่องรถแท็กซี่ของบริษัททัวร์มารับนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารเองนั้น ก็เป็นเพราะแท็กซี่คนไทยโขกราคาที่แพงมาก หนำซ้ำไม่ยอมกดมิเตอร์ จะให้ไปส่งด้วยราคาเหมาเท่านั้น ทำให้นักท่องเที่ยวเดือดร้อน บริษัททัวร์จึงส่งรถมารับนักท่องเที่ยวเอง นั้นทำให้เกิดเรื่องรวมตัวกันประท้วงขึ้นมา เพราะพวกเขาอ้างว่าที่บริษัททัวร์ทำอย่างนี้เท่ากับแย่งงานของท้องถิ่น แต่เรื่องนี้คือสิทธิ์ของผู้โดยสาร และบริษัททัวร์ที่เขาจะดูแลลูกทัวร์ของเขาเอง
“พวกนี้มีอิทธิพลท้องถิ่นหนุนหลังอยู่ เพราะรายได้จากแท็กซี่ของคนไทยที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวในภูเก็ตก็มีเม็ดเงินมหาศาล และไม่สนใจอยู่แล้วว่าจะโขกสับราคาเท่าไหร่ เรียกว่าทำตามใจตัวเอง หากนักท่องเที่ยวไม่ขึ้นก็ไปท่องเที่วยวหรือไปที่พักไม่ได้ จำใจต้องจ่ายเงินที่แพงเกินความเป็นจริงกับบริการที่ได้รับอย่างไม่ยุติธรรม” พล.ต.ต.รอย กล่าว
ผบก.ทท. ระบุอีกว่า พฤติกรรมของกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ที่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว มีอยู่ในหลายเมืองท่องเที่ยวของไทย ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ พัทยา หรือในอีกหลายจังหวัดทางภาคใต้ที่ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวเยอะ แต่ที่ จ.ภูเก็ต ถือว่ามีปัญหาหนักที่สุด เพราะกลุ่มคนขับแท็กซี่จะสามัคคีกันมาก สามัคคีที่จะกดขี่ราคากับผู้โดยสาร เช่น หากนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารไปต่อรองราคาเพราะรู้สึกว่าแพงเกินไปและไม่ยอมใช้บริการ เมื่อไปเรียกคันอื่น ก็จะถูกขูดราคาเหมือนเดิม ทำให้ทางเลือกไม่มี การท่องเที่ยวก็เสียหาย และเสียหายถึงระดับชาติเพราะบ้านเราอย่างที่รู้กันดี รายได้หลักก็มาจากการท่องเที่ยว แต่ก็ต้องมาเสียหายเพราะคนกลุ่มนี้
เมื่อมองมาถึงหนทางแก้ไข พล.ต.ต.รอย บอกได้แต่เพียงว่า ตำรวจก็เป็นแค่กลไกการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น อย่างตำรวจท้องที่ก็ได้แค่ไปจับพอหอมปากหอมคอ ปรับและปล่อยพวกนี้ก็ออกมาทำกันอีก เพราะรายได้มันงาม หรือไม่แน่ว่าท้องที่ก็รู้เห็นเป็นใจให้ด้วย ตำรวจท่องเที่ยวก็มีอำนาจเพียงแค่ไปตรวจสอบและชี้ช่องให้จับกุมเท่านั้น
“รัฐบาล หน่วยงานข้าราชการต้องลงมาสนใจปัญหานี้อย่างจริงจัง วางระบบขนส่งสาธารณะในเมืองท่องเที่ยวให้เป็นรูปธรรม มีมาตรฐานที่ดี มีมาตรการเอาผิดที่ชัดเจน และบังคับใช้ได้ทันทีสำหรับพวกที่ขูดราคานักท่องเที่ยว หรือ กำหนดราคาการใช้บริการแท็กซี่มิเตอร์ไปเลย ขึ้นรถแล้วกด 100 บาท ไม่ใช่ 30-40 บาท เพราะเข้าใจว่ามันน้อยไป ทำให้ต้องมาเรียกราคากันเอง แต่เรียกแล้วก็เรียกเสียแพง อย่างนี้นักท่องเที่ยวก็หายกันหมด” ผบก.ทท. ย้ำ
ขณะที่ พ.ต.อ.ยศวีร์ พรพีรพาน ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ผกก.5 บก.ทท.) ที่จ.ภูเก็ตก็อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของนายตำรวจผู้นี้ เสริมว่า มาเฟียหรือกลุ่มอิทธิพลในจ.ภูเก็ตค่อนข้างจะเป็นปัญหาหนักของการท่องเที่ยว เช่น พฤติกรรมของกลุ่มคนขับแท็กซี่มิเตอร์ ที่แน่นอนว่าคงไม่กล้าเหิมเกริมหากไม่มีใครหนุนหลังอยู่
“เมื่อมีคนขับแท็กซี่ขาประจำที่มารับนักท่องเที่ยวด้วยราคาที่นักท่องเที่ยวพึงพอใจ กลุ่มคนขับแท็กซี่อีกกลุ่มก็จะไม่พอใจ หาว่าเป็นการแย่งลูกค้า ก็ข่มขู่คุกคามเพื่อให้คนขับรถรายนั้นไม่ต้องมารับลูกค้าอีก”
พ.ต.อ.ยศวีร์ ย้ำอีกว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกีดกันการทำงานด้วย หรือแม้แต่การรับลูกค้าที่เป็นต่างชาติ เช่นบอกราคาไปส่ง 300 บาท เมื่อถึงที่หมายก็เบี่ยงเบนบอกว่า ราคา 300 บาทนี่เป็นรายหัว ไม่ใช่เหมาทั้งคัน เรื่องนี้จะถูกร้องเรียนบ่อยมาก เมื่อไปจับกุมก็ได้แต่เปรียบเทียบปรับ แต่ก็ยังมีวงจรที่หากินอย่างไม่ยุติธรรมอยู่ตลอด
พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ ตรงเที่ยง รองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ซึ่งได้รับมอบหมายให้เข้าไปดูแลป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่เมืองพัทยาตามโครงการ “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน” บอกว่า กลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างปัญหาหลักๆ มาจาก 2 ประเทศคือ รัสเซีย และอินเดีย โดยเฉพาะรัสเซียนั้นมีตัวเลขเข้ามามากถึง 8 แสนคนต่อปี
“จำนวนประชากรเมืองพัทยาจริงๆมีเพียง 1 แสนคน แต่ต่างชาติที่เข้ามามีถึง 8.5 ล้านคนต่อปีมากกว่าคนท้องถิ่น พัทยาถือว่าเป็นเมืองระดับนานาชาติที่ฝรั่งเลือกจะมาเพราะค่าใช้จ่ายไม่สูง ต่างจาก จ.ภูเก็ตที่ค่าครองชีพแพงดูไฮโซ เราตั้งคำถามไว้ว่าฝรั่งที่เข้ามาบ้านเราเหล่านี้ทำไมถึงอยู่ที่บ้านเขาไม่ได้ อย่างแรกคือน่าจะหนีคดีหรือถูกหมายจับแล้วหลบหนีมา กับสภาพอากาศที่รัสเซียหนาว เลยมาพักอาศัยที่พัทยา เนื่องจากเป็นเมืองที่ให้อิสระทุกอย่าง ผมยอมรับว่าที่พัทยานั้นฝรั่งต่างชาติเข้ามาอยู่เยอะมากหลายกลุ่มหลายชาติไม่สามารถควบคุมได้ ปัญหาคือเราพูดภาษาเขาไม่ได้ แต่เราก็ค่อยๆเข้าไปทำความรู้จักทีละกลุ่ม เมื่อได้ชื่อและรูปภาพแล้วก็ตรวจสอบจากสถานทูต และหน่วยงานต่างประเทศที่เชื่อถือได้เพื่อเช็คประวัติ” พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ กล่าว
แม้ว่ามาเฟียรัสเซียในพัทยาจะไม่ทำให้เกิดปัญหากับคนไทย แต่ถ้าหากปัญหาเล็กๆในพัทยาเพียงเท่านี้ไม่สามารถดูแลควบคุมได้ ในอนาคตก็อาจจะขยายลุกลามไปเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นใน จ.ภูเก็ต ซึ่งตรงนี้ทางกองปราบยังต้องทำงานลงพื้นที่เข้าไปในชุมชน ส่วนการปราบปรามนั้นก็ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่







