
พี ปรเมศวร์รับเกิดเหตุยิงหุ้นส่วนจริง
พี ปรเมศวร์ เข้าให้การตำรวจสน.ทองหล่อ รับว่าเกิดเหตุยิงหุ้นส่วนจริงตามภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด
พี ปรเมศวร์ เข้าให้การตำรวจสน.ทองหล่อ รับว่าเกิดเหตุยิงหุ้นส่วนจริงตามภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด
พ.ต.ท.ศราวุธ เดชศรี พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า นายปรเมศวร์ สิงห์โพธิ์ หรือ พี ปรเมศวร์ นักสแดงช่อง3 ผู้ต้องหายิง นายนพปฎล หรือ เอ อธิบาย อายุ 44 ปี หุ้นส่วนร้านมิวส์ ย่านทองหล่อ เสียชีวิตได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 4 ก.พ.แล้ว โดยใช้เวลาในการสอบปากคำนานกว่า 5 ชม. และให้การรับสารภาพว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2556 เกิดขึ้นจริงตามภาพจากกล้องวงจรปิด แต่รายละเอียดอื่น ๆ ไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากอยู่ในสำนวนการสอบสวน เกรงว่าจะกระทบกับรูปคดี
สาเหตุที่ต้องเข้ามารายงานตัว และให้การก่อนวันนัดหมาย เพราะต้องไปทำบุญสะเดาเคราะห์ยังต่างจังหวัด ขณะที่น้องสาวของพี ปรเมศวร์ ได้เข้าให้ปากคำเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2556 ยืนยันว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตามภาพกล้องวจจรปิดเช่นเดียวกัน ส่วนนางสุธาสิณี งิ้วงาม แฟนสาว ได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้รับ นายปรเมศวร์ ขึ้นรถพาหลบหนีหลังก่อเหตุ
"สำนวนคดีอยู่ระหว่างการรอผลตรวจจากนิติวิทยาศาสตร์ สอบปากคำพยาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม โดยหากเสร็จสิ้น ก็จะสามารถสรุปสำนวนส่งอัยการได้ทันที" พ.ต.ท.ศราวุธ กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) กล่าวว่า นายปรเมศวร์ได้เดินทางเข้าให้ปากคำด้วยตัวเอง ไม่มีการนำเอกสารชี้แจงรายละเอียดคดีที่เกิดขึ้นมามอบให้พนักงานสอบสวน นอกจากนี้นายปรเมศวร์ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอย่างไร
ส่วนการสอบปากคำพยานรายอื่นๆที่ยังเหลือ อาทิ น.ส.ศิรัญอาพร สิงห์โพธิ์ อายุ 20 ปี น้องสาวของนายปรเมศวร์ ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบปากคำไปตามขั้นตอนแล้ว ขณะนี้การสอบปากคำพยานเหลืออีก 1 ปากเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ลาออกไปก็ต้องเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมด้วย ส่วนสาเหตุที่รปภ.ลาออก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้น เพียงแต่ได้งานที่ใหม่เท่านั้น
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะต้องรอผลตรวจพิสูจน์อาวุธปืนของกลาง และผลตรวจบางอย่างจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ก่อนที่จะสรุปสำนวนซึ่งตนได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งรัดสรุปสำนวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป







