
สื่อสารภาษาอังกฤษได้ พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
มีความเห็นจากหลายๆ ท่านว่า นักเรียนไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ดี เรียนแต่แกรมมา ทำให้พูดไม่ได้ ต้องการให้มีการพูดภาษาอังกฤษกันให้มากขึ้นในแต่ละสัปดาห์ ผมทราบปัญหาเรื่องนี้ดี นับตั้งแต่วันแรกที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่การไปกำหนดให้มีการพูดภาษาอังกฤษกันโดยไม่สร้างรากฐาน จะมีผลสำเร็จได้ยาก
มีความเห็นจากหลายๆ ท่านว่า นักเรียนไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ดี เรียนแต่แกรมมา ทำให้พูดไม่ได้ ต้องการให้มีการพูดภาษาอังกฤษกันให้มากขึ้นในแต่ละสัปดาห์ ผมทราบปัญหาเรื่องนี้ดี นับตั้งแต่วันแรกที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่การไปกำหนดให้มีการพูดภาษาอังกฤษกันโดยไม่สร้างรากฐาน จะมีผลสำเร็จได้ยาก
ผมจึงได้กำหนด 1 ใน 31 นโยบาย ให้นักเรียนของเรา “สื่อสารภาษาอังกฤษได้ พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” โดยในปี 2555 ผมได้ขอให้ คุณวัฒนาพร ระงับทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันภาษาอังกฤษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินโครงการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และส่งเสริมทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งได้ทำไปแล้ว ดังนี้
(1) พัฒนาครูภาษาอังกฤษ จำนวน 165,384 คน เป็นการพัฒนาครูแกนนำ4,172 คน ครูสอนภาษาอังกฤษ 161,212 คน โดยครูสอนภาษาอังกฤษแต่ละคนสามารถเข้ารับการพัฒนามากกว่า 1 หลักสูตร ในด้านการจัดการเรียนการสอน และทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ การจัดค่ายภาษาอังกฤษ การสอนภาษาอังกฤษในวิชาอื่นๆ แบบสองภาษา การสอนละครภาษาอังกฤษ Phonics/Classroom Language/English Proficiency ฯลฯ และร่วมกับมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมพัฒนาครูผู้สอนภาษาอังกฤษด้วยระบบวีดิทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียม
(2) พัฒนานักเรียน จำนวน 677,285 คน โดยการจัดค่ายวิชาการภาษาอังกฤษแบบเข้ม ค่ายภาษาอังกฤษภาคฤดูร้อน การแข่งขันทักษะการพูดภาษาอังกฤษแบบฉับพลัน แข่งขันละครภาษาอังกฤษ การแข่งขันทักษะภาษาอังกฤษและนำเสนอผลงาน ซึ่งประกอบด้วย การพูด การเล่านิทาน ละครสั้น การโต้วาทีภาษาอังกฤษ การร้องเพลงภาษาอังกฤษ และ MultiSkill ทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับประเทศ ทำให้นักเรียนมีโอกาสฝึกฝนภาษาอังกฤษ แข่งขันและใช้ทางภาษาอย่างหลากหลาย
(3) พัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย ศึกษานิเทศก์และเจ้าหน้าที่ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 7,155 คน โดยศึกษานิเทศก์และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสามารถเข้ารับการพัฒนามากกว่า 1 หลักสูตร โดยการเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้านการเป็นผู้นำและการนิเทศการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ณ SEAMEO RELC ประเทศสิงคโปร์ จำนวน 45 คน และขยายผลความรู้และทักษะการนิเทศสู่เพื่อนศึกษานิเทศก์ จำนวน 180 คน
(4) พัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในโครงการ EP/MEP โครงการ EBE โรงเรียนที่ใช้สื่อ Teacher’s Kit โครงการ World class Standard School โรงเรียนในฝัน โรงเรียนดีศรีตำบล และโรงเรียนอื่นๆ โดยสนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์ประสานงานโรงเรียนในโครงการฯ จัดกิจกรรมพัฒนาครูต่างชาติ ด้านการจัดการเรียนการสอนและด้านวัฒนธรรม พัฒนาครูไทยที่ช่วยสอนในโครงการ พัฒนาครูผู้ประสานงานโครงการ จัดทำแบบประเมินผลวิชาคณิตศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ จัดค่ายนักเรียน EP/MEP ค่ายเยาวชนอาเซียน ประเมินความรู้ด้านภาษาอังกฤษของนักเรียน EP/MEP เทียบกับมาตรฐานสากล จัดมหกรรมวิชาการภาษาอังกฤษ (Open House) 4 ภูมิภาค นอกจากนี้ยังพัฒนาคุณภาพโรงเรียนในโครงการ English Bilingual Education (EBE) ซึ่งมีโรงเรียนนำร่อง 15 โรงเรียน โดยพัฒนาผู้บริหารและครูที่สอนในโครงการ พัฒนาสื่อวัสดุอุปกรณ์และการนิเทศ กำกับ ติดตามการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาครูของโรงเรียน EBE (EIS) ที่สอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ
(5) พัฒนาสื่อ ทั้งสื่อแบบเรียน สื่อชุดการสอน สื่อฝึกอบรม สื่อการจัดค่าย และสื่อคู่มือครู ปรับปรุง และจัดพิมพ์สื่อ Teacher’s Kit ชั้นประถมศึกษาปีที่ 13 สำหรับครูที่ไม่จบเอกภาษาอังกฤษ จำนวน 2.7 หมื่นชุด ปรับปรุงสื่อการเรียนรู้ต้นแบบ การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ชุด Projects : Play & Learn ชั้น ป.3 และ ป.6 จำนวน 6 ต้นฉบับ พัฒนาสื่อฝึกทักษะภาษาอังกฤษเพื่อบันทึกใน Tablet PC นักเรียนชั้น ป.1 และพัฒนาคู่มือครูต่างชาติ สำหรับเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียน ศึกษานิเทศก์ และครูต่างชาติได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานช่วยสอนหรือเป็นวิทยากรในโรงเรียน
การพัฒนาดังกล่าวได้สร้างความก้าวหน้าในการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน ครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากร คือ นักเรียนมีความตื่นตัวในการเรียนรู้และใช้ภาษาอังกฤษกับครูชาวต่างชาติ มีโอกาสพัฒนาและใช้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นจากการจัดการเรียนการสอน จากการจัดกิจกรรม และจากบรรยากาศที่ส่งเสริมให้ใช้ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ได้บรรจุสื่อสำหรับการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษในเครื่อง Tablet ของนักเรียนให้เรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ผมยังได้ขอให้ สพฐ.ทำโครงการจ้างครูหรือวิทยากรชาวต่างประเทศเพื่อช่วยสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียน โดย สพฐ.สนับสนุนงบประมาณ การดำเนินงานประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในการสนับสนุนให้โรงเรียนจ้างครูหรือเชิญวิทยากรชาวต่างประเทศมาช่วยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศอื่น เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และภาษาประเทศเพื่อนบ้าน
มีการจ้างครูหรือวิทยากรชาวต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 4,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของภาษาจาก 5 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ สหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อัตราเงินอุดหนุน คือ (1) ครูต่างประเทศที่สอนภาษาอังกฤษ/เป็นวิทยากรพิเศษ 1 หมื่นบาท/คน/เดือน (2) ครูต่างประเทศที่สอนภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และภาษาอื่นๆ 5,000 บาท/คน/เดือน ค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ได้รับการสนับสนุนให้โรงเรียนจัดสรรเพิ่มเติม โดยในปีงบประมาณ 2555 ทาง สพฐ.ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุน จำนวน 4,130 คน ใช้งบประมาณ 143 ล้านบาท
จากการสอบถามจากครู นักเรียน และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จากกลุ่มตัวอย่างในโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 154 เขต และในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 41 เขต พบว่ามีความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.51) ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้เกิดมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น
(1) นักเรียนได้มีโอกาสเรียนและใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันกับเจ้าของภาษาโดยตรง ทำให้นักเรียนเกิดความมั่นใจ กล้าแสดงออก กล้าพูดภาษาอังกฤษ มีเจตคติที่ดี และเห็นประโยชน์ของการเรียนภาษาต่างประเทศ
(2) เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งของโรงเรียนและผู้ปกครองในส่วนของการจ้างครูหรือวิทยากรชาวต่างประเทศเพื่อสอนภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียน
โครงการ “สื่อสารภาษาอังกฤษได้ พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” ทำให้ผมได้เห็นนักเรียนจำนวนมากที่มาต้อนรับผมในงานโรงเรียนต่างๆ ทั้งภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ พูดภาษาอังกฤษ จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม และภาษาเพื่อนบ้านอื่นๆ ในอาเซียนดีขึ้นอย่างมาก ความพร้อมเช่นนี้จะทำให้ลูกหลานของพี่น้องประชาชนสามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ดีขึ้น ผมมีความเชื่อมั่นว่าในปีถัดๆ ไป กระทรวงศึกษาธิการจะเน้นหนักมากยิ่งขึ้นในโครงการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพื่อลูกหลานของเรา







