
หุ้นจีนดาบ 2 คม
เกณฑ์บริษัทโฮลดิงที่ตลาดทุนไทยคลอดออกมา เพื่อหวังให้ตลาดหุ้นไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการซื้อขายในตลาดหุ้นภูมิภาคอาเซียน มีแนวโน้มสดใส ไปไกลเกินคาด จากเดิมที่คาดหวังเพียงแค่บริษัทจดทะเบียนไทยที่ออกไปลงทุนแถบลุ่มแม่น้ำโขง ที่แหล่งระดมทุนยังไม่แข็งแกร่งพอ ให้แยกโครงการที่ออกไปลงทุนยังประเทศเหล่านั้นให้มาจัดตั้งบริษัทโฮลดิง หรือบริษัทเพื่อการลงทุนในบริษัทอื่น แยกธุรกิจออกมาระดมทุนจากนักลงทุนไทย กลับกลายเป็นได้ผลเกินคาดมีบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนสนใจเข้ามาอย่างคับคั่งนับสิบราย มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป 2,000-1 หมื่นล้านบาท
เกณฑ์บริษัทโฮลดิงที่ตลาดทุนไทยคลอดออกมา เพื่อหวังให้ตลาดหุ้นไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการซื้อขายในตลาดหุ้นภูมิภาคอาเซียน มีแนวโน้มสดใส ไปไกลเกินคาด จากเดิมที่คาดหวังเพียงแค่บริษัทจดทะเบียนไทยที่ออกไปลงทุนแถบลุ่มแม่น้ำโขง ที่แหล่งระดมทุนยังไม่แข็งแกร่งพอ ให้แยกโครงการที่ออกไปลงทุนยังประเทศเหล่านั้นให้มาจัดตั้งบริษัทโฮลดิง หรือบริษัทเพื่อการลงทุนในบริษัทอื่น แยกธุรกิจออกมาระดมทุนจากนักลงทุนไทย กลับกลายเป็นได้ผลเกินคาดมีบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนสนใจเข้ามาอย่างคับคั่งนับสิบราย มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป 2,000-1 หมื่นล้านบาท
แต่การทะลักเข้ามาแสดงความสนใจของบริษัทจีนเหล่านี้ เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง ที่ตลาดทุนพึงระวังและกลั่นกรองบริษัทเหล่านี้เข้าจดทะเบียน
ที่ว่าเป็นโอกาส เพราะจีนนั้นเรียกได้ว่าเป็นพี่เบิ้มของเอเชีย ที่มีกำลังซื้อภายในประเทศมหาศาล และบริษัทที่แห่เข้ามาล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ที่อิงกำลังซื้อในประเทศทั้งสิ้น ในจีนบริษัทเหล่านี้เรียกว่าเอสเอ็มอี แต่ในไทยนั้นเทียบชั้นได้กับบริษัทขนาดกลาง แต่จะผลักดันตลาดให้ไปได้ไกลกว่าที่ต้องการทดแทนรัฐวิสาหกิจได้
แต่ความเสี่ยงก็คือ บริษัทจีนขึ้นชื่อเรื่องไร้ประสิทธิภาพ และระบบธรรมาภิบาลแย่
ล่าสุดเมื่อเดือน ม.ค. 2556 ที่ผ่านมา สตีฟ วิกเคอร์ส ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงแห่งหนึ่งในฮ่องกง ออกมาเตือนว่า มีการตบแต่งบัญชีในบริษัทจีนหลายแห่ง ทั้งบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐและตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ เช่น บริษัท ชิโน ฟอร์เรสต์ ที่จดทะเบียนในแคนาดา
ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน เช่น บริษัท แคทเธอร์พิลลาร์ ผู้ผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างรายใหญ่จากสหรัฐ ถูกบริษัท ซื่อเหว่ย เมคานิคอล แอนด์ อิเล็กทริคอล แมนูแฟกเจอริง ทำการตบแต่งบัญชีและขายกิจการให้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งขณะนี้บริษัท แคทเธอร์พิลลาร์ กำลังเตรียมฟ้องบริษัทจีนภายในเดือนนี้
ดังนั้น เรื่องกฎเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ควรเคร่งครัดในกฎหมายของไทย หากบริษัทจีนเหล่านี้จะเข้ามาจดทะเบียน หากกฎหมายไทยเข้มงวดกว่าต้องให้บริษัทจีนที่จะมาจัดตั้งบริษัทโฮลดิงเป็นสัญชาติไทย ยอมรับกฎเกณฑ์ของไทยให้ได้ มิเช่นนั้นต้องมีกลไกเปิดเผยความเสี่ยงให้นักลงทุนรับรู้ ก่อนตัดสินใจลงทุนในหุ้นเหล่านี้
ส่วนนักลงทุนเองไม่ควรคิดทางเดียวว่า การลงทุนนั้นจะมีแต่ได้ เมื่อมีโอกาสสูง ความเสี่ยงย่อมสูงตาม หากเกิดขาดทุนเพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิด







