
ลงทุนลวง
โดย...ธนพล ไชยภาษี
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ตลาดหุ้นวอลสตรีตปรับตัวขึ้นรุนแรงเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ไปแตะที่ระดับ 14,165 จุด เป็นระดับสูงสุดตลอดกาล หลังจากได้รับข่าวดีจากการปรับตัวเลขการจ้างงานเดือน พ.ย. และเดือน ธ.ค. ขึ้นมาที่ 1.81 แสนตำแหน่ง จากเดิมที่ 1.53 แสนตำแหน่ง
นักลงทุนมองว่าเป็นสถานการณ์ด้านแรงงานที่ดีขึ้นกว่าเดิม จึงพร้อมใจกันกระหน่ำเข้าซื้อจนทำให้ดัชนีหุ้นพุ่งขึ้นแรงดังที่เห็น
แต่ในความเป็นจริงก็น่าสงสัยครับว่า หุ้นขึ้นเพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจดี หรือปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นเพียงเหตุผลข้ออ้างที่นักลงทุนนำมาอ้างเพื่อใช้เก็งกำไรในตลาด
เพราะหากพิจารณากันจริงๆ แล้ว ตัวเลขการว่างงานของสหรัฐก็ใช่ว่าจะดีนัก ตัวเลขชาวสหรัฐที่เคลมสิทธิประโยชน์จากการว่างงานยังเพิ่มขึ้นอยู่ไม่หยุด โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็เพิ่มอีก 3.8 หมื่นคน มาเป็น 3.68 แสนคน มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้เสียอีก
และข้อเท็จจริงก็คือ อัตราการว่างงานในสหรัฐเดือน ม.ค.เพิ่มขึ้นเป็น 7.9% จากเดิมที่ 7.8% ในเดือน ธ.ค.เสียด้วย
และอีกข้อเท็จจริงก็คือ ตำแหน่งงานที่สร้างขึ้นใหม่ในสหรัฐส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งงานชั่วคราวไม่ใช่งานประจำเหมือนแต่ก่อนครับ
น่าจับตาดูเสียเหลือเกินว่า ตลาดหุ้นสหรัฐในปีนี้จะเกิดความผิดปกติหรือไม่ นักลงทุนมักจะหาเหตุผลอะไรก็ได้มาใช้เพื่อการเก็งกำไรระยะสั้นเสมอครับ
ยิ่งต้องจับตาในปีนี้ เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีท่าทีที่จะใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไป (คิวอี) โดยแต่ละเดือนจะปล่อยเงินออกมาซื้อพันธบัตรที่อิงกับอสังหาริมทรัพย์ และพันธบัตรรัฐบาลรวมกัน 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือนครับ
เท่านั้นยังไม่พอ ยังจะมีเงินที่ไหลบ่ามาจากญี่ปุ่นอีก ถ้าหากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ขยายนโยบายผ่อนปรนเชิงปริมาณทางการเงินอีกในเร็วๆ นี้
อยากให้ย้อนดูเมื่อปี 2009 ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นจากหลุมได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากก้นเหวในปลายปี 2008 อันเป็นผลกระทบจากวิกฤตการเงินปี 2009 ตลาดหุ้นลุกขึ้นมาจากหลุมได้ทั้งหมด
แต่ทว่าเศรษฐกิจภาคจริงของสหรัฐกลับไม่ฟื้น คนยังตกงานเกลื่อนประเทศ ภาคธุรกิจกลับไม่ขยายการลงทุน
ในช่วงนี้เรียกได้ว่า การลงทุนจริงๆ ไม่เกิด แต่การลงทุนลวงนั้นเฟื่องฟู ซึ่งน่าจะเกิดซ้ำรอยอีกครั้งในปี 2013 นี้
ก็เพราะเฟดเล่นเทเงินออกมาโครมๆ ไม่หยุดอย่างนี้แหละครับ







