
3ชาติลงขันทวาย
ได้ข้อสรุปตั้งเอสพีวีร่วมทุน 8 บริษัท ในโครง การทวาย
ได้ข้อสรุปตั้งเอสพีวีร่วมทุน 8 บริษัท ในโครง การทวาย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ข้อเสนอการระดมทุนโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่เป็นไปได้มากที่สุด และค่อนข้างชัดเจนแล้วก็คือ การจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) ที่ประกอบด้วยฝ่ายเมียนมาร์ ไทย และประเทศที่สาม โดยมีทุนจดทะเบียนจำนวนหนึ่งเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน
เอสพีวีที่จัดตั้งขึ้นมาจะทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักขับเคลื่อนโครงการ ส่วนการลงทุน 8 โครงการ เช่น นิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือน้ำลึก ถนน และโรงไฟฟ้า จะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมา โดยเอสพีวีใส่เงินและถือหุ้นบางส่วน และเปิดให้นักลงทุนไทยและต่างชาติถือหุ้น
นายเอกนิติ เปิดเผยว่า การลงทุน 8 โครงการในทวายจะมีบริษัทร่วมทุน 8 บริษัท เพื่อก่อสร้างแต่ละโครงการ เช่น นิคมอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า ที่คุ้มทุนเร็ว แต่หากเป็นโครงการที่การคุ้มทุนในระยะยาวนาน เช่น ถนน และท่าเรือน้ำลึก มีความเป็นไปได้สูงว่ารัฐบาลเมียนมาร์จะเป็นผู้ลงทุนเอง
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทยเมียนมาร์(เจซีซี) กล่าวว่า การประชุมเจซีซีล่าสุดได้สรุปความคืบหน้าโครงการและเงินลงทุน 8 โครงการ
ประกอบด้วย ถนน ท่าเรือ นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งทุกอย่างจะได้ข้อสรุปเดือน ก.พ.นี้ จากนั้นจะนำเสนอรายละเอียดต่อคณะกรรมการร่วมระดับสูง (เจเอชซี) ในปลายเดือนมี.ค.นี้ ส่วนวิธีการระดมทุน นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นบอกว่าสนใจ และเชื่อว่าภายในเดือน มี.ค.จะเคาะเงินลงทุน โครงการลงทุน และก่อสร้างได้







