
จับหญิงไทยขนโคเคน23ล้าน
ศุลกากรสุวรรณภูมิจับกุมหญิงไทยลักลอบขนโคเคนกว่า 7 กิโลกรัม คิดมูลค่า 23 ล้านบาท
ศุลกากรสุวรรณภูมิจับกุมหญิงไทยลักลอบขนโคเคนกว่า 7 กิโลกรัม คิดมูลค่า 23 ล้านบาท
นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมศุลกากรประจำท่าอากาศยานสุวรรภูมิ พร้อมด้วยนายราฆพ ศรีศุภอรรถ รองอธิบดีด้านปราบปราม และเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถลงผลการจับกุม น.ส.ปวริศา ภูริพันธ์ ชาวจ.ลพบุรี รวมทั้งของกลาง โคคาอีน หรือ โคเคน น้ำหนักประมาณ 7,530 กรัม มูลค่าประมาณ 23 ล้านบาท กำไลข้อมือทรงกลมหล่อด้วยเรซิ่นจำนวน 24 ชิ้น กำไลข้อมือรูปทรงเรขาคณิต จำนวน 12 ชิ้น แปรงสำหรับปัดแก้ม จำนวน 48 ชิ้นและกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ โดยจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นางเบญจา กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนปราบปรามสืบทราบว่าจะมีหญิงไทย ลักลอบขนโคเคนเข้ามาในประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จึงประสานไปยังด่านศุลกากรเกาะสมุย ร่วมกันเฝ้าระวังจนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบน.ส.ปวริศา ภูริพันธ์ ผู้โดยสารสายการบินซิลค์แอร์ เที่ยวบินที่ MI 772 เดินทางมาจากสิงคโปร์ ท่าทางมีพิรุธ จึงขอตรวจค้นกระเป๋าเดินทางอย่างละเอียด ก็พบวัตถุต้องสงสัยเป็นผงสีขาว บรรจุอยู่ภายในด้ามแปรงสำหรับปัดแก้ม และในกำไลข้อมือ จึงนำไปทดสอบน้ำยาทดสอบสารเสพติด ผลการทดสอบปรากฏว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2(โคคาอีน)
น.ส.ปวริศา ให้การรับสารภาพว่า ตอนนี้ไม่มีงานทำและมีญาติเป็นคนไทยอยู่ในประเทศโบลิเวียโทรศัพท์มาบอกให้พาหลานไปส่ง โดยออกค่าเครื่องบินแบบไปกลับและให้เงินจำนวน 10,000 บาทเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง พอถึงวันกลับ ญาติคนดังกล่าวก็ให้ถือกระเป๋าที่บรรจุโคเคนกลับมาส่งให้ชาวแอฟริกา ที่กรุงเทพฯ และจะได้ค่าจ้างอีกส่วนหนึ่งเมื่อส่งของเรียบร้อยก็จะให้เงินอีกจำนวนหนึ่งแต่ไม่ทราบว่าได้เงินจำนวนเท่าไหร่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย และ นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป







