posttoday
ปปช.กับหวยออนไลน์

ปปช.กับหวยออนไลน์

04 กุมภาพันธ์ 2556

เมื่อปลายปี 2555 ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยคำแนะนำของคณะอนุกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้มีบันทึกถึงคณะรัฐมนตรีให้แก้ปัญหาการขายสลากกินแบ่งของรัฐบาลเกินราคาและปัญหาที่ผูกติดกับระบบการดำเนินการเกี่ยวกับการออกสลากกินแบ่งดังกล่าว (เช่น การเอื้อประโยชน์ให้บุคคลบางกลุ่ม “กินหัวคิว” จากการได้รับโควตาสลากที่พิมพ์ออกมา) โดยให้นำระบบการขายสลากโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ขายสลาก หรือเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “หวยออนไลน์” มาใช้ได้

เมื่อปลายปี 2555 ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยคำแนะนำของคณะอนุกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้มีบันทึกถึงคณะรัฐมนตรีให้แก้ปัญหาการขายสลากกินแบ่งของรัฐบาลเกินราคาและปัญหาที่ผูกติดกับระบบการดำเนินการเกี่ยวกับการออกสลากกินแบ่งดังกล่าว (เช่น การเอื้อประโยชน์ให้บุคคลบางกลุ่ม “กินหัวคิว” จากการได้รับโควตาสลากที่พิมพ์ออกมา) โดยให้นำระบบการขายสลากโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ขายสลาก หรือเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “หวยออนไลน์” มาใช้ได้

ก่อนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะมีมติในเรื่องนี้ได้มีการพิจารณากันอย่างกว้างขวางมาก่อนแล้ว ตั้งแต่ระดับคณะกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริตว่าการมีมติของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดหรือไม่ว่า คณะกรรม การ ป.ป.ช. สนับสนุนให้คนไทยเล่นการพนัน?

แต่เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลแวดล้อมอื่นๆ แล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็เห็นพ้องกับคณะกรรมการมาตรการฯ ว่าหน้าที่ของ ป.ป.ช. คือ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในเมื่อเห็นว่าระบบการดำเนินการเกี่ยวกับสลากกินแบ่งของรัฐบาลในชุดปัจจุบัน เป็นบ่อเกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบโดยรัฐบาลเป็นผู้มีส่วนที่ทำให้เกิดขึ้น เราก็ช่วยหาทางที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว

หากผู้ไม่เห็นด้วยกับการพนันในรูปแบบนี้สามารถกดดันหรือผลักดันให้รัฐบาลยุติการดำเนินการในเรื่องนี้ได้โดยสิ้นเชิง โดยไม่ก่อให้เกิดการทุจริตในรูปแบบอื่นขึ้นมาแทนที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็คงไม่ไปขัดขวางอะไร

แต่เท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ระบบการดำเนินการเกี่ยวกับการออกสลากกินแบ่งของรัฐบาลมีปัญหาในเรื่องการทุจริตมากมาย ตามความเห็นของฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริตของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นผู้ศึกษาเรื่องสลากกินแบ่งของรัฐบาลเป็นเวลาหลายปี เห็นว่าระบบการจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จัดจำหน่ายผ่านระบบโควตาเป็นระบบการผูกขาด ซึ่งประกอบด้วย ส่วนราชการ มูลนิธิ องค์การกุศลต่างๆ และบริษัทเอกชนรายใหญ่ โดยการขายขาด ถ้าจำหน่ายสลากไม่หมดก็ไม่รับคืน พ่อค้าคนกลางที่รับสลากไปจำหน่ายต่อก็ไม่มีทางเลือก นอกจากการขายสลากเกินราคาที่กำหนด เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค หรือผู้ซื้อสลาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย

นอกจากนี้ การให้โควตาแก่นิติบุคคลเอกชนที่เป็นผู้ผูกขาดผลประโยชน์มาเป็นเวลานานเป็นสิบๆ ปี เป็นวิธีการที่เอื้อประโยชน์ให้นักการเมืองบางคนที่ต้องการใช้อำนาจมาแสวงหาผลประโยชน์จากโควตาดังกล่าว

ต้องถือว่าผู้เขียนในฐานะประธานอนุกรรมการมาตรการป้องกันการทุจริตของ ป.ป.ช.มีส่วนรับผิดชอบในการมีมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในเรื่องหวยออนไลน์ด้วยเต็มที่ เพราะถ้าหากไม่เห็นด้วยจริงๆ ก็คงหาทางประวิงเวลาผัดผ่อนเรื่องนี้ออกไปเรื่อยๆ ได้ แต่โดยที่ผู้เขียนในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ ได้หาคำตอบในทางเศรษฐศาสตร์มาพร้อมที่จะตอบผู้ที่จะโจมตีและวิพากษ์วิจารณ์การมีมติเรื่องหวยออนไลน์อยู่ก่อนแล้ว จึงไม่วิตกกังวลมากนักและยอมให้ทำข้อเสนอแนะไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้

ในลำดับแรกนั้น ผู้เขียนเชื่อว่า การมีระบบซื้อ/ขายสลากกินแบ่งในแบบออนไลน์ ไม่มีการได้ประโยชน์อันมิชอบจากระบบที่ได้วางไว้อย่างโปร่งใสตรงไปตรงมาอยู่ก่อนแล้ว ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบเหมือนกับระบบการซื้อขายสลากกินแบ่งของรัฐบาลในปัจจุบัน

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ผู้เขียนมีวิธีการอยู่ในใจแล้วว่า หากเป็นความประสงค์ของรัฐบาล รัฐบาลก็สามารถใช้ระบบหวยออนไลน์ ซึ่งจะออกมาแทน (หรือเสริม ในบางกรณี) ระบบสลากกินแบ่งในปัจจุบันในลักษณะที่อาจช่วยผู้ที่ซื้อหวยที่เป็นคนยากคนจนได้

หากเรารับข้อเท็จจริงที่สำคัญประการหนึ่งว่า คนจนที่สูญเสียเงินไปกับการซื้อหวย (แทนที่จะใช้ไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่า) โดยที่ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับ (ในกรณีที่ไม่ถูกรางวัล) รัฐบาลอาจหักเงินซื้อหวยของคนยากคนจนเหล่านี้เก็บไว้ส่วนหนึ่ง แต่จะหักไว้เท่าใดก็แล้วแต่นโยบายหรือความสามารถทางการคลังของรัฐบาล โดยถือว่าเป็นเงินออมที่รัฐบาลออมไว้ให้ในนามของผู้ซื้อ (ซึ่งรัฐบาลมีข้อมูลอยู่แล้วจากเลขประจำตัว 13 หลัก ที่ถูกบันทึกเข้าเครื่องในการซื้อแต่ละครั้ง) โดยผู้ซื้อไม่รู้ตัว

ในภาษาทางเศรษฐศาสตร์เราอาจจะเรียกเงินส่วนนี้ว่า เป็นเงินออมโดยบังคับ (Forced Savings) เงินออมส่วนนี้รัฐบาลอาจมีนโยบายคืนให้แก่ผู้ซื้อ เมื่อผู้ซื้อเกษียณจากการทำงาน หรือมีอายุครบระดับหนึ่ง (เช่น 60 ปี) และยังมีฐานะยากจนอยู่

นโยบาย “คุณพ่อรู้ดี” ของรัฐบาลอย่างนี้ เชื่อว่า หากทำได้อย่างตรงไปตรงมา จะช่วยเป็นการปกป้องทางสังคม (Social Protection) อย่างหนึ่งของคนยากคนจนผู้ไม่อาจหยุดเล่นหวยได้

เมื่อผู้เขียนคิดวิธีการได้อย่างนี้ ก็รู้สึกเบาใจเป็นอันมาก และคิดว่าเมื่อตัดสินใจให้มตินี้ออก ไปแล้วก็สามารถอธิบายกับผู้ที่ต่อต้านการพนันได้ และรู้สึกดีใจที่มีแนวคิดที่ล้ำหน้านี้ก่อนใครๆ

แต่หารู้ไม่ว่า ได้มีนักวิชาการท่านหนึ่งได้คิดวิธีการที่จะช่วยคนยากคนจนที่เลิกเล่นหวยไม่ได้ในทำนองนี้ไว้แล้วเช่นเดียวกันตั้งแต่เมื่อปี 2553 นักวิชาการผู้นี้คือ รศ.ดร.พรเพ็ญ วรสิทธา แห่งคณะพัฒนาการเศรษฐกิจที่นิด้า อาจารย์พรเพ็ญอาจจะไม่ได้สนใจถึงปัญหาการทุจริตและการเอื้อประโยชน์โดยมิชอบของระบบสลากกินแบ่งในปัจจุบันเหมือนกับเราที่ ป.ป.ช.

แต่อาจารย์พรเพ็ญคิดเหมือนกับเราตรงที่ว่า จะต้องช่วยคนยากคนจนที่ยังซื้อหวยรัฐบาลอยู่ อาจารย์พรเพ็ญมองว่า ผู้ซื้อหวยส่วนใหญ่ไม่ใช่ซื้อเพราะชอบเสี่ยงแบบการพนัน แต่ซื้อเพราะต้องการลงทุนทางการเงิน

เพราะฉะนั้น หากมีตราสารทางการเงินที่เหมาะกับความต้องการของบุคคลกลุ่มนี้ และเป็นตราสารที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการซื้อหวย เงินที่หมดไปกับหวยก็สามารถแปลงสภาพเป็นเงินออมระยะยาวและเป็นการลดภาระทางการคลังของภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เกษียณอายุได้ทางหนึ่ง

ถึงแม้ว่ารายละเอียดวิธีการของอาจารย์พรเพ็ญกับของเราที่ ป.ป.ช. จะไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่การที่แนวคิดใกล้เคียงกัน น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่เราน่าจะได้ทำการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ

ทั้งในแง่มุมของประชาชนผู้ซื้อหวยและรัฐบาลผู้ขายหวย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท