
ขึ้นค่าหมอกระทบกองทุน
ไม่น่าจะเกินสัปดาห์นี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะประกาศปรับขึ้นอัตราค่าบริการสาธารณสุข หรือค่ารักษาพยาบาล 758 รายการ จากเดิม 1,955 รายการ ในการนี้ประมาณการกันว่าจะทำให้ค่ายาแพงขึ้นอีก 15% ในขณะที่ค่าผ่าตัดจะสูงขึ้นเฉลี่ย 21%
ไม่น่าจะเกินสัปดาห์นี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะประกาศปรับขึ้นอัตราค่าบริการสาธารณสุข หรือค่ารักษาพยาบาล 758 รายการ จากเดิม 1,955 รายการ ในการนี้ประมาณการกันว่าจะทำให้ค่ายาแพงขึ้นอีก 15% ในขณะที่ค่าผ่าตัดจะสูงขึ้นเฉลี่ย 21%
แม้ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข จะพยายามชี้แจงความจำเป็นว่า มาจากอัตราเงินเฟ้อ ค่าจ้างเพิ่ม รวมถึงราคาอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มขึ้นมาก และ สธ.ไม่ได้ปรับมานานกว่า 10 ปีแล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่า จะไม่กระทบกับประชาชน เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ภายใต้สิทธิ 3 กองทุนสุขภาพ
3 กองทุนที่ว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง มีสมาชิก 48 ล้านคน กองทุนประกันสังคม 10 ล้านคน และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ 5 ล้านคน แต่ก็เกิดคำถามว่า เมื่อค่าหมอค่ายาแพงขึ้น แต่ละกองทุนก็ย่อมต้องควักเงินจ่ายเพิ่มขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น การขึ้นค่าบริการสาธารณสุข เปรียบเหมือนการขึ้นราคากลาง หากโรงพยาบาลรัฐบาลขึ้น มีหรือที่โรงพยาบาลเอกชนจะไม่ขึ้นตาม
เริ่มจากงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวปี 2557 ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เสนออยู่ที่ 2955.91 บาทต่อคนต่อปี เม็ดเงินจำนวนนี้ยังไม่ได้บวกเพิ่มอัตราค่าบริการที่ปรับใหม่เข้าไป
เป็นเหตุให้ สปสช.อาจต้องแบกรับส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นไปอีก 2 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2558 เพราะเกณฑ์เบิกจ่ายตามกลุ่มโรคร้ายแรง (ดีอาร์จี) ในวันนี้ และอีก 2 ปีข้างหน้ายังคงใช้ค่าบริการเดิมเป็นฐานคำนวณ
แม้ สธ.จะผลิตยาภายในประเทศ จะตั้งพวงโรงพยาบาล 56 จังหวัด เพื่อแลกเปลี่ยนการบริการกัน ที่คาดว่าจะประหยัดงบประมาณได้กว่า 1 หมื่นล้านบาท แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังลอยๆ
ขณะที่สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการนั้น เมื่อค่าหมอเพิ่ม กรมบัญชีกลางก็จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณรายปีเช่นเดียวกัน ยิ่งการเบิกค่ารักษาของข้าราชการเพิ่มขึ้นทุกปี เงินที่จะรองรับตรงนี้ก็ต้องเพิ่มเป็นเงาตามตัว
ที่หนักที่สุดก็คือ กองทุนประกันสังคม ที่รัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้าง ร่วมจ่ายสมทบ ในอนาคตอาจต้องปรับขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากกองทุนประกันสังคมไม่ได้นำเงินดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลอย่างเดียว แต่ดูแลครอบคลุมตั้งแต่เงินชดเชยกรณีชราภาพ ว่างงาน หรือเสียชีวิต ฯลฯ ด้วย
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ แม้ผู้ใช้บริการยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่กองทุนสุขภาพทั้ง 3 กองทุนหนีไม่พ้นที่จะต้องหางบประมาณเพิ่มเติม
ดังนั้นเพื่อเคลียร์กันให้กระจ่าง สธ.ควรชี้แจงที่มาที่ไปในการคิดคำนวณต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงแจกแจงแผนรองรับปัญหาที่อาจตามมาในอนาคตด้วย







