
ตลาดหุ้นติดปีก
จีนตบเท้าระดมทุนนับสิบบริษัทโบรกเกอร์เฮมูลค่าหมื่นล้านบาทยื่นเสนอรายการต่อกลต.แล้ว...
จีนตบเท้าระดมทุนนับสิบบริษัทโบรกเกอร์เฮมูลค่าหมื่นล้านบาทยื่นเสนอรายการต่อกลต.แล้ว...
บริษัทจีนนับสิบแห่งเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของตลาดหุ้นไทยเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้เกณฑ์การรับหลักทรัพย์บริษัทประกอบธุรกิจ โดยการลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่น (โฮลดิง คอมพานี) ทำให้มีบริษัทสัญชาติมังกรจองคิวมาจดทะเบียนในประเทศไทย
สาเหตุเนื่องจากถ้าจะรอเข้าจดทะเบียนในจีนใช้เวลามาก มีบริษัทรอคิวถึง 800 แห่ง ขณะที่แต่ละปีจีนรับได้เพียง 100-200 แห่ง นอกจากนั้นการใช้สินเชื่อธนาคารก็ไม่สะดวก กู้ได้เพียง 1 ปี ก็ต้องชำระคืน ไม่สอดคล้องกับการลงทุนบริษัทเหล่านี้แม้จะเป็นกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอส เอ็มอี) ในจีน แต่เมื่อเทียบกับขนาดตลาดของไทยแล้ว จะเป็นบริษัทขนาดกลางของประเทศไทย
นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทที่ปรึกษาเอเซีย พลัส กล่าวว่า บริษัทเหล่านี้ ประกอบธุรกิจด้านการบริโภคในประเทศ เช่น ธุรกิจยาจีน ชาจีน รังนก และรองเท้า แต่ละแห่งทุนจดทะเบียนกว่า 300 ล้านบาท กำไรสุทธิประมาณ 500 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ระหว่าง 2,000-1 หมื่นล้านบาท
บล.เอเซีย พลัส รับเป็นที่ปรึกษา 4 แห่ง โดย 3 บริษัทจะยื่นแบบเสนอรายการ (ไฟลิง) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปีนี้ บริษัทแรกประกอบธุรกิจยาจีนจะยื่นภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้
ด้านนายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.โอเอสเค (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทจีนหลายแห่งที่เข้ามาจะช่วยเพิ่มขนาดของตลาดหุ้นได้มาก เพราะแต่ละบริษัทมีมาร์เก็ตแคป 4,000-5,000 ล้านบาท รวมแล้วหลายหมื่นล้านบาท ทดแทนการเข้าจดทะเบียนของรัฐวิสาหกิจไทยได้
บริษัทเป็นที่ปรึกษา 5 บริษัทจากจีน โดยปีนี้พร้อมเข้าตลาด 3 บริษัท แต่ละแห่งกำไร 100 ล้านบาทขึ้นไป และมาร์เก็ตแคปแห่งละ 4,000-5,000 ล้านบาท ทำธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า และรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพื้นรองเท้าให้แบรนด์ชั้นนำ







