posttoday
มายาคติแห่งคอร์รัปชัน (1)

มายาคติแห่งคอร์รัปชัน (1)

04 กุมภาพันธ์ 2556

ทุกวันนี้ วิกฤตการณ์คอร์รัปชันในเมืองไทยกำลังอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุด

ทุกวันนี้ วิกฤตการณ์คอร์รัปชันในเมืองไทยกำลังอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุด

ทั้งนี้ ไม่ใช่เพราะองค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) จัดให้ประเทศไทยมีดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันอยู่ในระดับรั้งท้ายพอๆ กับประเทศกรีก เปรู หรือโคลัมเบีย แต่เป็นเพราะยิ่งนานวัน ก็ดูเหมือนคนไทยจะไม่เห็นคอร์รัปชันเป็น “ปัญหา” อีกต่อไป ซ้ำยังออกจะเห็นว่าเป็นปกติอย่างหนึ่งของสังคม จนทุกวันนี้การคอร์รัปชัน ไม่ได้เป็นเพียงการ “ฉ้อราษฎร์บังหลวง” อันเป็นพฤติกรรมที่จำกัดอยู่ในวงราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเสียแล้ว หากแต่แผ่ซ่านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของแทบทุกคนในสังคม เป็นแม่ค้าก็โกงตาชั่งลูกค้า เป็นเทศกิจก็เรียกสินบนจากแผงลอย หรือเป็นซีอีโอก็โกงผู้ถือหุ้น ในขณะที่เป็นรัฐมนตรีก็มารีดทรัพย์เอาจากซีอีโออีกต่อหนึ่ง จนคนไทยยอมรับไปเองว่าชีวิตต้องมีคอร์รัปชันในลักษณะเดียวกันกับที่ยอมรับว่ามีรถก็ต้องใช้น้ำมัน

ทัศนคติอย่างที่ว่ามานี้ ส่วนหนึ่งเกิดมีขึ้นได้ก็เพราะในเมืองไทยยังไม่เคยมีการพูดถึงคอร์รัปชันกันอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ มีแต่บอกว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องผิดศีลธรรม ความรู้ความเข้าใจของคนในเรื่องนี้ก็เลยไปหยุดอยู่แค่ว่า คอร์รัปชันไม่ดี แต่ไม่ดีอย่างไรก็ไม่รู้ พอไม่รู้แล้ว ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่คนจะไม่เห็นโทษของคอร์รัปชัน และนานไปๆ ก็เลยยอมรับคอร์รัปชันได้อย่างสนิทใจอย่างทุกวันนี้

เอาเข้าจริงแม้กระทั่งปัจจุบันที่เริ่มจะมีระลอกการตื่นตัวจะสู้กับคอร์รัปชัน ก็ยังเห็นได้ว่าเรายังไม่ค่อย “กระจ่าง” เท่าใดนักว่าเราจะสู้กับคอร์รัปชันด้วยกลยุทธ์อะไร เพื่อเป้าหมายอย่างไร หรือว่าคอร์รัปชันจริงๆ แล้วคืออะไร การทำสงครามต่อสู้กับคอร์รัปชันในบ้านเราก็เลยอยู่ในสภาพงกๆ เงิ่นๆ ได้แต่ยกทัพแห่กันออกมาจากกำแพงเมืองอย่างเอิกเกริก แต่แล้วก็วิ่งกันไปคนละทิศละทาง เป็นที่น่าเหน็ดเหนื่อยใจ

โดยท่ามกลางการจับต้นชนปลายไม่ถูกนี้ สังเกตได้ว่าคนไทยมีชุดความเชื่ออยู่สี่ห้าประการ ที่สะท้อนความเข้าใจครึ่งๆ กลางๆ ของคนไทยเกี่ยวกับคอร์รัปชัน จนพอจะเรียกได้ว่าเป็น “มายาคติ”

มายาคติข้อแรกก็คือ “เป็นไปไม่ได้ที่คอร์รัปชันจะสร้างความเจริญ”

หากทุกคนจำกันได้ เคยมีสำนักโพลแห่งหนึ่งตั้งคำถามว่า “ถ้ามีการทุจริต แต่ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดีกินดี และตัวท่านเองก็ได้ประโยชน์ ท่านยอมรับการทุจริตได้หรือไม่” และผลปรากฏว่าประชาชนกว่า 65% ยอมรับได้โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน อย่างไรก็ดี หลังจากผลโพลออกมาอย่างนั้นก็มีคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ออกมาโต้แย้งว่าผลโพลนั้นไม่น่าเชื่อถือเพราะการตั้งคำถามของโพลมีลักษณะเป็นการเอาความเท็จเข้าชี้นำอยู่ในตัว อันจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ว่าการคอร์รัปชันทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองได้

แต่ความเป็นจริงก็คือ ความเข้าใจที่ว่าการคอร์รัปชันทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองได้ไม่ใช่ความเท็จ ไม่ใช่ความเข้าใจที่ผิด เราควรจะต้องยอมรับว่าจริงๆ แล้วมีคอร์รัปชันชนิดที่สร้างความเจริญหรือประโยชน์ได้ เพียงแต่ก็ต้องทำความเข้าใจต่อว่า ประโยชน์ที่ว่านั้นไม่ใช่ประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ หรือหากปรากฏว่าเป็นประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ก็มักอยู่ในรูปของประโยชน์ระยะสั้นที่ไม่ยั่งยืนและจะนำมาซึ่งความเสียหายในอนาคตต่อไป ยกตัวอย่างเช่น การที่นักการเมืองบางคนใช้อิทธิพลเบียดเบียนงบประมาณจากส่วนกลางซึ่งควรจะต้องใช้พัฒนาประเทศทั้งประเทศ มาพัฒนาถนนในจังหวัดอันเป็นฐานเสียงของตนเองเพียงจังหวัดเดียว เป็นต้น

มายาคติข้อที่สองก็คือ “นักธุรกิจไทยจ่ายค่าคอร์รัปชันเพราะไร้คุณธรรม”

สืบเนื่องมาจากผลสำรวจที่ว่า “นักธุรกิจกว่า 70% ยอมรับว่าตนจ่ายค่าคอร์รัปชันบ้างไม่มากก็น้อย และในจำนวนนั้น 80% คิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นและก็ได้ผลคุ้มค่า” ทำให้คนไทยหลายคนสรุปแบบเหมาจ่ายเอาง่ายๆ ว่าเพราะนักธุรกิจชั่ว จึงได้ยอมจ่ายค่าคอร์รัปชัน ทั้งที่หากพิจารณาให้ดีแล้ว ไม่ใช่นักธุรกิจทุกคนจะจ่ายค่าคอร์รัปชันเพราะความฉ้อฉลชั่วร้ายเสียทั้งหมด ยังมีนักธุรกิจเป็นจำนวนมากที่แม้เจ้าตัวไม่ต้องการจะสนับสนุนคอร์รัปชัน แต่ในเมื่อกฎหมายและระเบียบพิธีต่างๆ ของประเทศมักกำหนดให้นักธุรกิจจำเป็นต้องได้รับการอนุญาต อนุมัติ หรือการดำเนินการร้อยแปดจากฝั่งเจ้าหน้าที่ซึ่งโดยมากก็เรียกหาค่าน้ำร้อนน้ำชาทั้งสิ้น นักธุรกิจเหล่านี้จึงเท่ากับตกอยู่ในฐานะเหยื่อของการถูกขู่กรรโชกให้คอร์รัปชัน หรือการเรียกค่าไถ่โดยใช้ความอยู่รอดของธุรกิจเป็นตัวประกันอย่างไม่มีทางเลือก มิใช่การกระทำโดยสมัครใจแต่อย่างใด

ยังมีมายาคติอีกสำคัญอีกสามข้อ ซึ่งเราจะมาพูดถึงในครั้งต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์