posttoday

จับเหนือเมฆ ปิดตำนาน 'กำนันเป๊าะ'

03 กุมภาพันธ์ 2556

ร้อนที่สุดสัปดาห์นี้ หนีไม่พ้นการจับกุม สมชาย คุณปลื้ม หรือ “กำนันเป๊าะ” คนดังแห่งเมืองชลบุรี

ร้อนที่สุดสัปดาห์นี้ หนีไม่พ้นการจับกุม สมชาย คุณปลื้ม หรือ “กำนันเป๊าะ” คนดังแห่งเมืองชลบุรี

แบบสายฟ้าแลบ คาด่านเก็บเงินลาดกระบัง บนมอเตอร์เวย์ ภายหลังหลบหนีการจับกุม คดีจ้างวานฆ่า ประยูร สิทธิโชติ (กำนันยูร) และคดีทุจริตซื้อที่ดินเขาไม้แก้วตั้งแต่ปี 2546 จนมีข่าวว่าหลบหนีออกนอกประเทศไป และไม่มีใครได้ข่าวไปนานหลายปี

การบุกจับแบบเหนือเมฆครั้งนี้ นำทีมวางแผนโดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งส่งทีมเข้าไปจับตาที่ “บ้านใหญ่” แถวบางแสน จ.ชลบุรี ตั้งแต่ 2 เดือนที่ผ่านมา หลังได้ข่าวว่ากำนันเป๊าะ กลับมาพักอาศัยที่บ้านสักพักแล้ว กระทั่งทราบว่ามีโปรแกรมต้องเข้าไปตรวจสุขภาพ ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ จึงสะกดรอยตามไปอย่างใกล้ชิด

จนพบว่ากำนันเป๊าะ ใช้ชื่อปลอมว่า “กิม แซ่ตั้ง” ในการเข้ารักษาที่โรงพยาบาล และได้ใช้โอกาสขณะที่รถต้องหยุดหน้าด่านลาดกระบัง เพื่อรอชำระค่าทางด่วน บุกเข้าจับกุม รวมถึงขับรถยนต์คันดังกล่าว เพื่อไปที่หน่วยคอมมานโด โชคชัย 4 ก่อนจะสอบสวน และนำไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันทีในช่วงเย็น เริ่มบทแรกของการจำคุก 30 ปี 4 เดือน ปิดฉากตำนานเจ้าพ่อเมืองชล

ท่ามกลางความงงงันของคนในรัฐบาล ตั้งแต่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่บอกว่ายังไม่ทราบรายละเอียด หรือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ไม่ขอแสดงความคิดเห็นต่อการจับกุม ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรเช่นเดียวกัน ไม่เว้นแม้กระทั่ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง สนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ก็ยังตกใจ และบอกว่าไม่ทราบมาก่อนว่าคุณพ่อพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย

จับเหนือเมฆ ปิดตำนาน 'กำนันเป๊าะ'

 

แต่ด้วยสุขภาพที่ไม่ดีเท่าที่ควร เพียงพ้นวันแรกไป ก็มีการย้ายตัวกำนันผู้ยิ่งใหญ่ ไปยังโรงพยาบาลราชทัณฑ์ พร้อมกับใส่เครื่องช่วยหายใจ เพื่อช่วยให้อาการดีขึ้น ล่าสุด มีกระแสข่าวว่า ญาติอาจตัดสินใจย้ายไปยังเรือนจำกลางจังหวัดชลบุรี ซึ่ง กอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็ไม่ติดขัด เนื่องจากเรือนจำสามารถรองรับนักโทษที่ถูกจำคุกนานกว่า 30 ปีได้

ขยับไปที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ในที่สุดก็มีการปล่อยตัว ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ อดีตเลขานุการของ วีระ สมความคิด แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่โดนจับอยู่ในประเทศกัมพูชา นานกว่า 2 ปี โดยบรรยากาศการต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นไปอย่างคึกคัก เพราะมีทั้ง พนิช วิกิตเศรษฐ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกจับกุมพร้อมกัน และ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม พร้อมด้วยแนวร่วมกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ และสันติอโศก รอต้อนรับหลายคน

ถึงกระนั้นเอง ราตรีก็บอกว่ายังไม่รู้สึกดีใจ เพราะวีระยังติดอยู่ที่เรือนจำเปรย์ซอว์ พร้อมทั้งจะกลับไปกราบเท้าพ่อแม่ และขอขอบคุณคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ที่ทำให้มีกำลังใจต่อสู้ และเข้มแข็งมากขึ้น ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ถูกจำคุกในเรือนจำเปรย์ซอว์

หันมาที่การเลือกตั้งสนามเล็ก สัปดาห์นี้ การแข่งขันระหว่าง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเพื่อไทย และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยคะแนนจากโพลต่างๆ เริ่มพลิกกลับมาให้ พล.ต.อ.พงศพัศ นำ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทิ้งห่าง เพราะกลุ่มผู้ที่ไม่ตัดสินใจยังเหลืออีกเกือบ 50%

สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.อ.พงศพัศ คิกออฟนโยบาย 8 ข้อ อาทิ การซื้อสินค้าราคาถูก การจัดโครงข่ายจราจรใหม่ หรือการแก้ปัญหายาเสพติด โดยพรรคเพื่อไทยจัดทีม สส.ภาคอีสาน รวมถึงนักการเมืองอาวุโส ร่วมหาเสียงด้วย แต่ฝั่งตรงข้ามอย่าง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ความเคลื่อนไหวยังไม่คึกคักนัก คงต้องรอดูในสัปดาห์นี้ว่าจะมีแคมเปญอะไรออกมาเรียกคะแนนอีก ในช่วง 1 เดือนสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง

ในที่สุด วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็พ้นวิบากกรรม เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ว่าไม่ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี แม้จะถูกโทษจำคุกคดีหวยบนดิน 2 ปี แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก เห็นว่า กฎหมายมีเจตนาให้ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ต้องได้พ้นโทษจำคุกมาเกินกว่า 5 ปี แต่การจำคุกนั้นต้องเป็นการจำคุกจริง ไม่ใช่การรอลงอาญา

ทันทีที่วราเทพหลุดบ่วง ก็มีการหารือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีทันที โดยขณะนี้ยังเคลื่อนไหวอยู่เฉพาะตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา แทน ชุมพล ศิลปอาชา ซึ่งถึงแก่อสัญกรรม ไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยชื่อยังคงวิ่งอยู่แค่ 2 รายชื่อ ได้แก่ สุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คนปัจจุบัน และ สมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนตำแหน่งของพรรคเพื่อไทยนั้น แม้จะมีความเคลื่อนไหวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่คึกคักนัก คงต้องรอจับตาดูต่อไป

อีกเรื่องก็ร้อนเช่นกัน เมื่อกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในนามกลุ่ม 29 มกรา ปลดปล่อยนักโทษการเมือง นำโดย สุดา รังกุพันธุ์ และ ดารุณี กฤตบุญญาลัย เคลื่อนไหวครั้งแรก เพื่อยื่นร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยนิรโทษกรรม และการขจัดความขัดแย้ง ไปยังรัฐบาล เพื่อนิรโทษกรรม คนเสื้อแดงที่ถูกจับกุมภายใต้ พ.ร.ก.นิรโทษกรรม และ พ.ร.บ.มั่นคง ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 ถึง 9 พ.ค. 2554 พ้นความผิด ตามข้อเสนอของนิติราษฎร์ก่อนหน้านี้

โดย ร.ต.อ.เฉลิม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังพบปะกับผู้ชุมนุมว่า จะหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา วิปรัฐบาล และขอความเห็นชอบจากพรรค ทั้งนี้ เนื้อหาสาระต้องเป็นไปตามกฎหมายหลักนิติรัฐและนิติธรรมรวมถึงจะเอาอารมณ์ไปหักล้างกฎหมายที่มีอยู่ไม่ได้ น่าติดตามต่อไป เพราะเรื่องนี้ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ และทำให้แนวร่วม นปช.ไม่พอใจรัฐบาลเพิ่มขึ้น


 

 

ข่าวล่าสุด

มหาดไทยประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน 3 จ. ภาคเหนือ สู้ไฟป่า-ฝุ่น PM2.5