
นิรโทษกรรมเปรียบเทียบ
ท่านทั้งหลายคงจะได้ทราบข่าวคราวการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เรียกร้องให้มีการผลักดันการนิรโทษกรรม
ท่านทั้งหลายคงจะได้ทราบข่าวคราวการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เรียกร้องให้มีการผลักดันการนิรโทษกรรม
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
ท่านทั้งหลายคงจะได้ทราบข่าวคราวการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เรียกร้องให้มีการผลักดันการนิรโทษกรรมในรูปแบบที่ได้มีการนำเสนอโดยกลุ่มนิติราษฎร์กันอยู่บ้าง ซึ่งสืบเนื่องจากการเคลื่อนไหวดังกล่าว และการที่ได้เคยนำเสนอข้อเสนอแนะเรื่องการนิรโทษกรรมของคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ไป จึงได้มีผู้คนถามกันว่าข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์กับของ คอ.นธ. นั้นแตกต่าง หรือเหมือนกันอย่างไร
จึงคิดว่าหากได้นำมาเปรียบเทียบกันให้ท่านดูพอสังเขป ก็น่าจะเป็นการดี ซึ่งอันที่จริงผมก็ได้เคยวิพากษ์ วิจารณ์ และวิเคราะห์ ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ทางสื่อวิทยุโทรทัศน์ไปบ้างแล้ว วันนี้ก็จะยกมาเปรียบเทียบเท่านั้น
ถ้าว่ากันง่ายๆ อย่างรวบรัดแล้ว สิ่งที่ดูจะเหมือนอยู่อย่างหนึ่งของข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์กับข้อเสนอของ คอ.นธ. คือ จุดเกาะเกี่ยวในการนิรโทษกรรมให้แก่บรรดาผู้ที่เข้าร่วมในการชุมนุมในช่วงวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 โดยมีข้อแตกต่างกันเล็กน้อย คือ กลุ่มนิติราษฎร์เสนอถึงแค่วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 แต่ คอ.นธ. เสนอมากกว่าอีกหนึ่งวัน
ส่วนอื่นๆ นั้นมีความแตกต่างกันมากบ้าง น้อยบ้าง ตามแต่ละประเด็นไป
ประเด็นแรก กลุ่มนิติราษฎร์ประกาศไว้ชัดเจนในประกาศนิติราษฎร์ฉบับที่ 34 ว่าไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิงต่อแนวทางการปรองดองหรือสมานฉันท์โดยวิธีการตรากฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่บุคคลทุกฝ่ายดังเช่นการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 พ.ศ. 2521 หรือการตราพระราชกำหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมกันระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 พ.ศ. 2535
เนื่องจากการนิรโทษกรรมในลักษณะดังกล่าวแม้จะทำให้ประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุมพ้นจากความผิดและความรับผิด แต่ก็จะมีผลให้บรรดาผู้ที่สั่งการ และปฏิบัติการสลายการชุมนุมพ้นจากความผิดไปพร้อมกันด้วย การนิรโทษกรรมในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งต่อผู้ที่สูญเสียในเหตุการณ์สลายการชุมนุมต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการแย่งชิงอำนาจรัฐเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา
ในส่วนของ คอ.นธ. นั้น ได้เสนอให้นำเอาพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเดินขบวนเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2516 พ.ศ. 2516 มาเป็นต้นแบบในการตรากฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งก็ดูเสมือนหนึ่งว่ามิได้นิรโทษกรรมให้แก่ผู้สั่งการ แต่เสมือนหนึ่งนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ปฏิบัติการ เนื่องจากถ้อยคำในอารัมภบทที่ว่า “... สำหรับการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลนั้น เมื่อได้กระทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอยู่แล้ว ...”
อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัดเจน คอ.นธ. จึงระบุในข้อเสนอว่า ขอบเขตของการนิรโทษกรรมนั้นจะต้องไม่รวมถึงบรรดาผู้ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจ หรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงเวลาดังกล่าว และไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตามกฎหมายในการรักษาความสงบ หรือยุติเหตุการณ์ที่จะนิรโทษกรรมนั้น เพราะกรณีดังกล่าวย่อมเป็นไปตามหลักกฎหมายทั่วไปที่ว่า หากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องได้กระทำการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำนั้นย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอยู่แล้ว
ประเด็นที่สอง กลุ่มนิติราษฎร์เสนอให้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งตามแนวทางของตนจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันโดยเพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการขจัดความขัดแย้งเป็นอีกหมวดหนึ่ง โดยนอกจากบทบัญญัติในหมวดนี้จะกล่าวถึงคณะกรรมการขจัดความขัดแย้ง และกฎเกณฑ์ต่างๆ ตามแนวทางของกลุ่มตนแล้ว ยังต้องกล่าวถึงการเยียวยาความเสียหายต่างๆ ด้วย
ทั้งนี้ การดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้สามารถทำได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และสามารถทำได้ทันที
ในส่วนของ คอ.นธ. นั้นเสนอว่า โดยหลักการแล้วการตรากฎหมายนิรโทษกรรมเป็นอำนาจ และอยู่ภายใต้ดุลพินิจของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งกฎหมายนิรโทษกรรมถือว่าเป็นข้อยกเว้นของหลักกฎหมายทั่วไป และมีผลต่อความสงบเรียบร้อย จึงควรที่จะได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น วิธีการตรากฎหมายนิรโทษกรรมจะต้องกระทำในรูปแบบของ “ร่างพระราชบัญญัติ”
ยังมีประเด็นอื่นๆ อีก ซึ่งโดยรวมแล้วกลุ่มนิติราษฎร์เสนอเอาไว้แบบจะให้ซับซ้อน และดูละเอียดลออ ส่วนของ คอ.นธ. นั้นเน้นที่เรียบง่าย รวบรัด ชัดเจน และปฏิบัติได้จริง ใครเห็นของใครเป็นอย่างไร ลองพิจารณาดูนะครับ วาระต่อไปจะนำของที่ซับซ้อนกับของที่เรียบง่ายมาเปรียบเทียบให้ดูกัน







